อ่าน แล้วประเมิน ก่อนเชื่อ
ค้นหา ที่คั่นไว้
ai

AI แย่งชิปความจำจนราคาแรมพุ่ง ยอดส่งพีซีและมือถือทั่วโลกร่วงราว 20%

ไตรมาส 3 ปี 2026 ยอดส่งมอบพีซีทั่วโลกร่วงราว 20% และมือถือต่ำสุดในรอบ 14 ปี เพราะแรมแพงจากความต้องการชิปของศูนย์ข้อมูล AI นักวิเคราะห์คาดราคายังไม่ลดเร็ว

การ์ด: แรมแพงเพราะ AI
สารบัญ (9 หัวข้อ)
  1. สรุปประเด็นสำคัญ
  2. ทำไมแรมถึงแพงขึ้นเพราะ AI
  3. พีซีร่วงแค่ไหน และใครกระทบหนักสุด
  4. มือถือก็ร่วง ต่ำสุดในรอบ 14 ปี
  5. ไม่ใช่แค่พีซีกับมือถือ กล่องสตรีมมิงก็ขึ้นราคา
  6. แล้วราคาจะลงเมื่อไร
  7. เกี่ยวกับไทย
  8. สิ่งที่แหล่งข่าวรายงานไม่ตรงกัน
  9. บทวิเคราะห์จาก ReadEval

ถ้าปลายปีนี้คุณกำลังเล็งซื้อโน้ตบุ๊กหรือสมาร์ตโฟนเครื่องใหม่ มีข่าวที่ควรรู้ก่อนควักเงิน ไตรมาสล่าสุด (ก.ค.–ก.ย. 2026) ยอดส่งมอบพีซีทั่วโลกร่วงราว 20% เมื่อเทียบกับปีก่อน ลดแรงที่สุดในรอบกว่า 3 ปี ส่วนยอดส่งมอบสมาร์ตโฟนก็ต่ำสุดในรอบ 14 ปี ต้นเหตุไม่ใช่คนเลิกใช้คอมพิวเตอร์หรือมือถือ แต่เป็นเพราะ "ชิ้นส่วนความจำ" อย่างแรม (RAM) แพงขึ้นมากจนราคาทั้งเครื่องขยับตาม คนจำนวนมากเลยชะลอการซื้อ

แล้วทำไมแรมถึงแพง คำตอบอยู่ที่กระแส AI ลองนึกถึงโรงงานทำชิปความจำที่มีกำลังผลิตจำกัด เมื่อบริษัทที่เร่งสร้างศูนย์ข้อมูล AI ยอมจ่ายแพงกว่าเพื่อกว้านซื้อชิปไปใช้จำนวนมหาศาล ชิปที่เหลือมาถึงพีซีและมือถือก็น้อยลงและแพงขึ้น ต่างจากการแย่งของทั่วไปตรงที่นี่เป็นการแย่ง "วัตถุดิบตั้งต้น" ไม่ใช่สินค้าสำเร็จรูป เมื่อต้นทุนชิ้นส่วนพุ่ง ผู้ผลิตจึงส่งต่อภาระมาที่ราคาขายปลาย

สิ่งที่คุณควรเตรียมใจคือราคาจะยังสูงไปอีกพักใหญ่ IDC บริษัทวิจัยตลาดที่รายงานตัวเลขพีซี บอกว่าอาจมีโปรโมชันลดราคาช่วงสั้น ๆ บ้าง แต่ "เราไม่คาดว่าราคาจะกลับไปใกล้เคียงกับเมื่อปีก่อน" และมองว่าตลาดอาจแย่ลงก่อนจะดีขึ้น เรื่องนี้ไม่ได้กระทบแค่คอมกับมือถือ กล่องสตรีมมิง Nvidia Shield TV Pro ก็เพิ่งขึ้นราคาราว 100 ดอลลาร์ โดยบริษัทระบุเองว่าเป็นเพราะราคาชิ้นส่วนรวมถึงหน่วยความจำแพงขึ้นทั่วทั้งอุตสาหกรรม

แล้วควรทำอย่างไร ถ้าคุณจำเป็นต้องใช้เครื่องใหม่ตอนนี้ การรอให้ราคาดิ่งลงแรง ๆ อาจไม่คุ้ม เพราะแนวโน้มระยะใกล้คือทรงกับทรุด ทางที่ดีคือซื้อสเปกที่พอใช้งานจริง ไม่ต้องอัดแรมหรือความจุเกินจำเป็นในจังหวะที่ของพวกนี้แพงเป็นพิเศษ ถ้ายังไม่รีบ ลองจับตาโปรโมชันเป็นช่วง ๆ แต่อย่าคาดหวังราคาเท่าปีก่อน ด้านล่างมีตัวเลขของแต่ละสำนัก ใครกระทบหนักสุด ทำไม AI ถึงดันราคาแรม และส่วนที่ยังไม่ยืนยันสำหรับไทย

ลงลึกสรุปประเด็น รายละเอียด วิธีเช็ก และบทวิเคราะห์

สรุปประเด็นสำคัญ

  • พีซีร่วงราว 20%: IDC รายงานว่าไตรมาส 3 ปี 2026 ยอดส่งมอบพีซีทั่วโลกลด 20.1% เหลือ 62.7 ล้านเครื่อง ส่วน Omdia รายงานว่าลด 21.2% เหลือ 58.1 ล้านเครื่อง (ทั้งคู่เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน)
  • มือถือต่ำสุดในรอบ 14 ปี: Counterpoint Research รายงานว่ายอดส่งมอบสมาร์ตโฟนทั่วโลกลดราว 20% เป็นไตรมาส 3 ที่ต่ำที่สุดนับจากปี 2012 และราคาขายปลีกเฉลี่ยทั้งปี 2026 ขยับขึ้นราว 20%
  • ต้นเหตุคือแรมและ SSD แพง: ความต้องการชิปของศูนย์ข้อมูล AI ดันราคาหน่วยความจำ (DRAM) และหน่วยเก็บข้อมูล (NAND/SSD) ขึ้นหลายเท่า ทำให้ต้นทุนชิ้นส่วนของทั้งเครื่องสูงขึ้น
  • ราคาจะยังไม่ลงเร็ว: IDC คาดว่าอาจมีโปรโมชันระยะสั้น แต่ราคาจะไม่กลับไปเท่าปีก่อน และอาจแย่ลงก่อนดีขึ้น
  • ไทย: ตัวเลขทั้งหมดเป็นระดับโลก ReadEval ยังไม่พบข้อมูลราคาเป็นบาทหรือผลกระทบต่อร้านค้าในไทยโดยตรง (ดูหัวข้อ "เกี่ยวกับไทย")

ทำไมแรมถึงแพงขึ้นเพราะ AI

แผนภูมิ: สัดส่วนของ DRAM และ SSD ในต้นทุนชิ้นส่วนของพีซีขยับจากราว 15% มาเป็นเกือบ 40% ตามการประเมินของ Omdia

หน่วยความจำที่ใช้ในพีซีและมือถือ (DRAM) กับชิปที่ใช้เร่งงาน AI ในศูนย์ข้อมูล มาจากโรงงานกลุ่มเดียวกันและแย่งกำลังผลิตเดียวกัน เมื่อบริษัทเทคโนโลยีทุ่มเงินสร้างศูนย์ข้อมูล AI ความต้องการชิปความจำจึงพุ่งสูง ผู้ผลิตเลือกป้อนลูกค้าที่จ่ายแพงกว่าก่อน ของที่เหลือมาถึงสินค้าผู้บริโภคจึงน้อยลงและราคาสูงขึ้น

Omdia ประเมินว่าตอนนี้ DRAM กับ SSD รวมกันกินต้นทุนชิ้นส่วนของพีซีหนึ่งเครื่องเกือบ 40% จากเดิมราว 15% เพราะราคาขึ้นกว่า 4 เท่า นอกจากหน่วยความจำแล้ว The Register ยังรายงานว่าชิปประมวลผล การ์ดจอ และวงจรรวมอื่น ๆ ก็ตึงตัวตามไปด้วย ขณะที่ TrendForce คาดว่าราคาสัญญาซื้อขาย DRAM ทั่วไปในไตรมาส 4 จะขึ้นอีก 10–15% และ NAND อีก 15–20% จากไตรมาสก่อน

พูดง่าย ๆ คือราคาที่สูงขึ้นไม่ได้มาจากตัวพีซีหรือมือถือเองที่แพงขึ้น แต่มาจากชิ้นส่วนข้างในที่กลายเป็นของหายากและมีราคา เพราะถูกดึงไปป้อนการสร้างโครงสร้างพื้นฐาน AI

พีซีร่วงแค่ไหน และใครกระทบหนักสุด

ไตรมาส 3 ปี 2026 พีซีไม่ได้แค่ลดเมื่อเทียบปีก่อน แต่ IDC ยังระบุว่าลดลง 9.1% จากไตรมาสก่อนหน้า ทั้งที่ปกติช่วงนี้ยอดมักขยับขึ้นตามฤดูกาล สาเหตุหนึ่งคือช่วงครึ่งปีแรกผู้ผลิต ร้านค้า และองค์กรต่าง ๆ กลัวราคาขึ้น เลยเร่งสั่งของมาตุนไว้ก่อน พอมาถึงไตรมาสนี้ ของในสต็อกยังเหลือและคนซื้อน้อยลง Jitesh Ubrani นักวิเคราะห์ของ IDC อธิบายว่า "สิ่งที่เราเห็นคือผลจากการเร่งซื้อในครึ่งปีแรกที่แข็งแรง" และตอนนี้ช่องทางจัดจำหน่ายกลับกังวลว่าจะถือสต็อกมากเกินไปในตลาดที่ราคาสูงกดดันความต้องการ

ตัวเลขรายแบรนด์ด้านล่างมาจาก IDC (ตัวเลขเบื้องต้น) ยกเว้นที่ระบุไว้เป็นอื่น

แบรนด์ยอดส่งมอบไตรมาส 3 ปี 2026เทียบปีก่อน
Lenovo (อันดับ 1)14.9 ล้านเครื่องลด 22.6%
HP10.3 ล้านเครื่องลดราว 31% (หนักสุดในกลุ่มนำ)
Dell7.6 ล้านเครื่องลด 25%
Apple5.9 ล้านเครื่อง (Omdia ว่า 6.8 ล้าน)ลดราว 11%
ASUS5.5 ล้านเครื่อง—

น่าสังเกตว่าแม้ยอดส่งมอบของ Apple จะลดลง แต่ส่วนแบ่งตลาดกลับเพิ่มขึ้น เพราะตลาดรวมหดตัวแรงกว่าที่ Apple ลด

มือถือก็ร่วง ต่ำสุดในรอบ 14 ปี

ฝั่งสมาร์ตโฟน Counterpoint Research รายงานว่ายอดส่งมอบทั่วโลกไตรมาส 3 ปี 2026 ลดราว 20% เมื่อเทียบปีก่อน ต่ำที่สุดนับจากปี 2012 หรือราว 14 ปี Shilpi Jain นักวิเคราะห์อาวุโสของ Counterpoint ระบุว่าตลาดเพิ่งเริ่มรับแรงกระแทกเต็ม ๆ จาก "วิกฤตหน่วยความจำ" และผู้บริโภคใช้เครื่องเดิมนานขึ้น รวมถึงหันไปมองเครื่องมือสองมากขึ้น

  • Samsung ยังครองอันดับ 1 ด้วยส่วนแบ่งราว 23% ยอดส่งมอบลดเพียง 3%
  • Apple ส่วนแบ่งขึ้นไปราว 22% เป็นครั้งแรกที่เกิน 20% ในไตรมาส 3 แม้ยอดส่งมอบจะลดลง
  • Xiaomi ร่วงกว่า 30% ส่วน OPPO และ vivo ร่วงราว 20% ขึ้นไป ส่วนแบ่งของทั้งสามแบรนด์จีนลดจากปีก่อน

Counterpoint เน้นว่าต้นเหตุคือราคา DRAM และ NAND ที่สูงขึ้นดันต้นทุนการผลิต (BOM) แล้วผู้ผลิตส่งต่อมาที่ราคาขาย ส่วนการโยงไปถึงความต้องการของศูนย์ข้อมูล AI โดยตรงมาจากการรายงานและวิเคราะห์ของสื่อเป็นหลัก (ดูหัวข้อ "สิ่งที่แหล่งข่าวรายงานไม่ตรงกัน")

ไม่ใช่แค่พีซีกับมือถือ กล่องสตรีมมิงก็ขึ้นราคา

ตัวอย่างที่เห็นภาพชัดคือ Nvidia Shield TV Pro กล่องแอนดรอยด์ทีวีที่วางขายมา 7 ปีโดยไม่ได้อัปเกรดฮาร์ดแวร์ เพิ่งขึ้นราคาจากราว 199 ดอลลาร์เป็น 299.99 ดอลลาร์ หรือเพิ่มราว 100 ดอลลาร์ (ราว 50%) โฆษกของ Nvidia ให้เหตุผลว่า "ราคาของชิ้นส่วนรวมถึงหน่วยความจำได้ปรับสูงขึ้นอย่างมากทั่วทั้งอุตสาหกรรม" พร้อมกันนั้นบริษัทก็เลิกขายรุ่นมาตรฐานที่ถูกกว่าไปด้วย กรณีนี้สะท้อนว่าเมื่อหน่วยความจำแพงขึ้น สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่พึ่งพาชิปเหล่านี้แทบทุกชนิดได้รับผลไปด้วย

แล้วราคาจะลงเมื่อไร

ยังไม่เร็ว ๆ นี้ IDC มองว่าอาจมีโปรโมชันช่วยผู้บริโภคในระยะสั้น แต่ "ไม่คาดว่าราคาจะกลับไปใกล้เคียงกับเมื่อปีก่อน" และ The Register สรุปภาพรวมว่าตลาดได้ "เปลี่ยนจากแย่เป็นแย่กว่าเดิมอย่างมาก" ด้าน Omdia คาดว่าไตรมาส 4 ปี 2026 ยอดพีซีจะยังลดอีกราว 24% เมื่อเทียบปีก่อน แล้วลดต่ออีกราว 7% ตลอดปี 2027 ส่วนฝั่งมือถือ Counterpoint ก็มองว่าสภาพตลาดจะยังท้าทายตลอดช่วงที่เหลือของปี และการฟื้นตัวที่ชัดเจนคงยังไม่เกิดจนกว่าต้นทุนและปริมาณชิ้นส่วนจะคลี่คลาย

เกี่ยวกับไทย

ตัวเลขทั้งหมดในข่าวนี้เป็นระดับโลก ไม่ใช่ของตลาดไทยโดยเฉพาะ ReadEval ยังไม่พบรายงานราคาเป็นเงินบาทหรือข้อมูลยืนยันว่าราคาสินค้าในร้านไทยขยับตามไปมากน้อยแค่ไหน เนื่องจากหน่วยความจำเป็นชิ้นส่วนที่ซื้อขายในตลาดโลก การที่ราคาต้นทางสูงขึ้นมักส่งผลถึงราคาในหลายประเทศ แต่สัดส่วนและจังหวะของแต่ละตลาดอาจต่างกัน ขึ้นกับอัตราแลกเปลี่ยน สต็อกของร้าน และโปรโมชันในประเทศ ใครที่จะซื้อในไทยจึงควรเทียบราคาจากหลายร้านในช่วงที่จะซื้อจริงอีกครั้ง

สิ่งที่แหล่งข่าวรายงานไม่ตรงกัน

  • เปอร์เซ็นต์การร่วงของพีซี: IDC ระบุ 20.1% (เหลือ 62.7 ล้านเครื่อง) ส่วน Omdia ระบุ 21.2% (เหลือ 58.1 ล้านเครื่อง) ความต่างมาจากวิธีนับและขอบเขตสินค้าของแต่ละสำนัก ReadEval จึงเขียนในชั้นเล่าเรื่องว่า "ราว 20%" และระบุที่มาของตัวเลขทุกครั้ง
  • ยอดของ Apple: IDC นับได้ 5.9 ล้านเครื่อง ขณะที่ Omdia นับได้ 6.8 ล้านเครื่อง
  • การโยงไปที่ AI: คำอธิบายที่ว่าราคาแรมขึ้นเพราะศูนย์ข้อมูล AI แย่งชิป เป็นคำอธิบายที่สื่อและบริษัทวิจัยอย่าง Omdia ใช้กันทั่วไป และตรงกับคำชี้แจงของ Nvidia เอง แต่ถ้อยแถลงที่ Counterpoint ยกมาเน้นที่ "วิกฤตหน่วยความจำ" และต้นทุนที่สูงขึ้นมากกว่าจะเอ่ยถึงศูนย์ข้อมูล AI ตรง ๆ ReadEval จึงแยกให้ชัดว่าส่วนไหนเป็นตัวเลขจากรายงาน และส่วนไหนเป็นการอธิบายสาเหตุ
  • ราคาตั้งต้นของ Nvidia Shield TV Pro: ส่วนใหญ่ระบุว่าขึ้นจากราว 199 ดอลลาร์เป็น 299.99 ดอลลาร์ แต่บางแหล่งอ้างราคาเริ่มต้นที่ต่างกันเล็กน้อย

บทวิเคราะห์จาก ReadEval

Rea · โต๊ะข่าว AI

สรุปสั้น ๆ คือนี่เป็นเรื่องเงินในกระเป๋า ไม่ใช่เรื่องสเปก ความต้องการชิปของ AI กำลังทำให้ของใกล้ตัวอย่างคอมพิวเตอร์และมือถือแพงขึ้นทั่วโลก และแนวโน้มระยะใกล้คือราคายังทรงตัวในระดับสูง จุดที่ผู้บริโภคควรโฟกัสไม่ใช่การเดาว่าราคาจะดิ่งเมื่อไร เพราะทั้ง IDC และ Omdia มองตรงกันว่าจะยังไม่ลงเร็ว แต่คือการซื้อให้พอดีกับงานที่ใช้จริง และไม่จ่ายเพิ่มเพื่ออัดแรมหรือความจุเกินจำเป็นในจังหวะที่ของพวกนี้แพงเป็นพิเศษ สิ่งที่ยังต้องจับตาคือราคาในไทยจะขยับตามมากน้อยแค่ไหน ซึ่งข้อมูลระดับประเทศยังไม่ชัด และตัวเลขของแต่ละสำนักวิจัยที่ต่างกันเล็กน้อยก็เป็นเครื่องเตือนว่าควรดูที่มาของตัวเลขเสมอ ไม่ยึดตัวเลขเดียวเป็นคำตอบสุดท้าย

แหล่งที่มา

  1. The Register: PC shipments slump as memory costs bite (IDC และ Omdia)
  2. Ars Technica: PC shipments fall 20.1%, sharpest decline since Q1 2023 (IDC)
  3. 9to5Google: Global smartphone shipments drop in Q3 2026 (Counterpoint)
  4. Developing Telecoms: Smartphone shipments fall 20% as memory costs push up prices (Counterpoint)
  5. FoneArena: Global smartphone shipments decline 20% YoY in Q3 2026, lowest since 2012 (Counterpoint)
  6. TweakTown: PC shipments fell ~20% YoY due to the memory crisis (IDC, QoQ -9.1%)
  7. Guru3D: PC shipments fall sharply as DRAM and SSD costs pressure vendors
  8. Android Authority: Nvidia Shield TV Pro gets a big price increase (memory costs)