เจ้าของสิทธิ์เพลงที่ Elvis Presley ร้องฟ้อง Anthropic อ้างนำเนื้อเพลง 274 เพลงไปฝึก Claude
เจ้าของสิทธิ์เพลงที่ Elvis ร้องฟ้อง Anthropic กล่าวหาว่านำเนื้อเพลง 274 เพลงไปฝึก Claude ขอค่าเสียหายตามกฎหมายสูงสุดราว 48.6 ล้านดอลลาร์ Anthropic ปฏิเสธ
สารบัญ (10 หัวข้อ)
- สรุปประเด็นสำคัญ
- ใครเป็นโจทก์ และทำไมไม่ใช่ "ทายาท Elvis" ตรง ๆ
- คำฟ้องกล่าวหาอะไรบ้าง
- ตัวเลข 274, 247, 41 ล้าน และ 48.6 ล้าน มาจากไหน
- Anthropic ตอบว่าอย่างไร
- ทำไม Claude ถึงไม่ยอมพิมพ์เนื้อเพลงเต็ม ๆ
- คดีนี้อยู่ตรงไหนในศึก AI กับเจ้าของเพลง
- ผู้ใช้ Claude ในไทยต้องทำอะไรไหม
- สิ่งที่แหล่งข่าวรายงานไม่ตรงกัน
- บทวิเคราะห์จาก ReadEval
เพลงรัก Can't Help Falling in Love ที่ Elvis Presley ร้อง ถูกระบุชื่อในคำฟ้องคดีใหม่ว่าอยู่ในคลังข้อมูลที่โจทก์อ้างว่าบริษัท AI นำไปฝึกแชตบอต กลุ่มเจ้าของสิทธิ์เพลงที่ Elvis ร้อง ซึ่งรวมบริษัทในเครือ Authentic Brands Group ยื่นฟ้อง Anthropic ผู้สร้าง Claude ต่อศาลรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ในแคลิฟอร์เนีย โดยกล่าวหาว่าบริษัทนำเนื้อเพลง 274 เพลงไปใช้โดยไม่ขออนุญาตและไม่จ่ายค่าตอบแทน
คำฟ้องกล่าวหาสองช่วง นึกถึงนักเรียนที่ถ่ายเอกสารหนังสือทั้งเล่มมาอ่าน กับนักเรียนที่นำเนื้อหาไปเขียนส่งครูแทบคำต่อคำ ช่วงแรกคือการคัดลอกเนื้อเพลงมาเป็นข้อมูลฝึกโมเดล ช่วงหลังคือคำตอบที่ Claude พิมพ์ให้ผู้ใช้ โจทก์ยกคำตอบของ Claude ที่ถูกขอให้แต่งเพลงเดิมใหม่ "ให้เข้ากับผู้ฟังยุคนี้" แล้วตอบเองว่าผลงาน "ยังใกล้ต้นฉบับมาก" ต่างจากนักเรียนตรงที่โมเดลไม่ได้เก็บเนื้อเพลงเป็นไฟล์ให้เปิดอ่าน ส่วนการที่โมเดล "จำ" เนื้อเพลงได้ผิดกฎหมายหรือไม่ ศาลต้องเป็นผู้ตัดสิน
ตัวเลขที่สื่อพาดหัวคือ 41.1 ล้านดอลลาร์ มาจาก 274 เพลงคูณเพดานค่าเสียหายตามกฎหมายสหรัฐฯ เพลงละ 150,000 ดอลลาร์ในกรณีละเมิดโดยเจตนา แปลว่าเป็นยอดสูงสุดที่โจทก์ขอ ไม่ใช่เงินที่ศาลสั่ง ฝั่ง Anthropic ตอบสื่อว่า "ไม่เห็นด้วยกับข้อกล่าวหา และจะต่อสู้คดีอย่างเต็มที่" ส่วนในคดีอื่น บริษัทโต้ว่าการฝึกโมเดลสร้างงานใหม่ จึงเป็นการใช้โดยชอบธรรม (fair use)
คดีนี้ไม่ได้มาเดี่ยว ๆ สำนักพิมพ์เพลงหลายรายฟ้อง Anthropic ด้วยเหตุผลคล้ายกัน และคดีเนื้อเพลงคดีแรกเพิ่งโต้แย้งเรื่องการใช้โดยชอบธรรมต่อหน้าศาลสองวันก่อนคดีนี้ถูกยื่น โดยศาลยังไม่ตัดสิน ผลของคดีเหล่านี้จะบอกว่าบริษัท AI ต้องขออนุญาตและจ่ายเงินให้เจ้าของเพลงก่อนนำไปฝึกหรือไม่ คดีชุดนี้ยังเป็นที่มาส่วนหนึ่งที่ทุกวันนี้ Claude มักปฏิเสธเวลาคุณขอเนื้อเพลงเต็ม ๆ
สำหรับผู้ใช้ในไทย Claude ยังใช้ได้ตามปกติ คดีนี้ยังไม่เปลี่ยนอะไรในตอนนี้ ถ้าคุณใช้แชตบอตค่ายไหนก็ตามช่วยแต่งเพลงเพื่อเผยแพร่หรือหารายได้ ควรเช็กว่าเนื้อร้องและท่อนฮุกไม่ได้ใกล้เพลงดังที่มีอยู่แล้ว ข้อกล่าวหาแต่ละข้อ ที่มาของตัวเลข และเส้นเวลาคดีเพลงอยู่ด้านล่าง
สรุปประเด็นสำคัญ
- ใครฟ้องใคร: ABG EPE IP LLC (บริษัทที่สื่อระบุว่าเกี่ยวข้องกับ Authentic Brands Group) Raleigh Music Publishing, Abilene Music รวมทั้งกองทรัสต์และบุคคลที่ถือสิทธิ์ในเพลงที่ Elvis Presley ร้อง ฟ้อง Anthropic PBC ที่ศาลรัฐบาลกลางสหรัฐฯ เขตแคลิฟอร์เนียเหนือ คดีหมายเลข 5:26-cv-12473 ยื่นเมื่อ 23 ต.ค. 2026
- ข้อกล่าวหา 3 ข้อ: ละเมิดลิขสิทธิ์ทั้งตอนฝึกและในคำตอบของ Claude, หลบเลี่ยงมาตรการป้องกันการเข้าถึงของเว็บเนื้อเพลง และตัดข้อมูลบอกความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ออก ทั้งหมดครอบคลุม 274 เพลงเท่ากัน
- เงินที่ขอ: ค่าเสียหายตามกฎหมายรวมราว 48.6 ล้านดอลลาร์ (ข้อหาหลัก 41.1 ล้าน) พร้อมขอให้ศาลห้ามละเมิดต่อ และสั่งทำลายสำเนาที่ไม่ได้รับอนุญาต รวมถึงสำเนาใน "น้ำหนักของโมเดล"
- สถานะ: เพิ่งยื่นฟ้อง ทุกข้อยังเป็นข้อกล่าวหา Anthropic ตอบว่าไม่เห็นด้วยและจะสู้คดีเต็มที่
ใครเป็นโจทก์ และทำไมไม่ใช่ "ทายาท Elvis" ตรง ๆ
สื่อหลายแห่งเรียกคดีนี้ว่า "เจ้าของเพลงของ Elvis" หรือ "กองมรดก Elvis" แต่คำฟ้องเขียนไว้ละเอียดกว่านั้น โจทก์คือบริษัทเพลงอิสระ กองทรัสต์ และบุคคล ที่เป็นเจ้าของหรือควบคุมสิทธิ์ "งานประพันธ์เพลง" (ทำนองและเนื้อร้อง) ที่ Elvis Presley บันทึกเสียงไว้ ตามสัญญากับผู้แต่งเพลงและผู้ถือสิทธิ์อื่น คดีนี้จึงไม่ได้ฟ้องเรื่องแผ่นเสียงหรือเสียงร้องของ Elvis
ความต่างนี้สำคัญ เพราะเพลงดังหลายเพลงของ Elvis มีคนอื่นแต่ง ตัวอย่างคือ Can't Help Falling in Love ที่ Hugo Peretti, Luigi Creatore และ George David Weiss แต่ง ออกเป็นซิงเกิลจากหนังเรื่อง Blue Hawaii ในปี 1961 และในรายชื่อโจทก์ก็มี The Luigi Creatore Trust อยู่ด้วย คดีนี้จึงเป็นเรื่องลิขสิทธิ์ของ "ตัวเพลง" ที่ Claude อ่านและเขียนได้ ไม่ใช่เรื่องเลียนเสียงร้อง
โจทก์ทั้งหมดตามคำฟ้อง ได้แก่ ABG EPE IP LLC, The Luigi Creatore Trust, The Susan T. Aberbach Revocable Trust, The Decedents Exempt Trust ภายใต้ Anne-Rachel Aberbach Family Trust, Jason Simeon Aberbach, Abilene Music LLC และ Raleigh Music Publishing LLC ทนายหลักคือ Richard Busch จากสำนักงาน Adams & Reese ซึ่ง NBC News รายงานว่าเป็นทนายของ Round Hill ในคดีที่ฟ้อง Anthropic ก่อนหน้านี้ด้วย
เพลงที่คำฟ้องยกชื่อขึ้นมา เช่น All Shook Up, Can't Help Falling in Love, If I Can Dream, Don't Be Cruel, A Little Less Conversation, Return To Sender และ (You're The) Devil In Disguise ส่วนรายชื่อครบ 274 เพลงอยู่ในเอกสารแนบ A ซึ่งไม่ได้อยู่ในไฟล์คำฟ้องฉบับที่ ReadEval เข้าถึงได้
คำฟ้องกล่าวหาอะไรบ้าง
| ข้อหา | สิ่งที่โจทก์กล่าวหา | อัตราที่ขอ | ยอดที่ขอ |
|---|---|---|---|
| คัดลอกเนื้อเพลงมาเก็บในคลังข้อมูลถาวร ทำสำเนาระหว่างทำความสะอาดข้อมูลและฝึกโมเดล และ Claude ตอบเนื้อเพลงหรือแต่งงานดัดแปลงให้ผู้ใช้ | สูงสุด 150,000 ดอลลาร์ต่อเพลง (กรณีละเมิดโดยเจตนา) | 41,100,000 ดอลลาร์ |
| ใช้เครื่องมือดึงข้อมูลอัตโนมัติผ่านการล็อกอิน ระบบสมาชิกแบบเสียเงิน CAPTCHA และข้อห้ามในไฟล์ robots.txt ของเว็บเนื้อเพลงที่มีลิขสิทธิ์ | สูงสุด 2,500 ดอลลาร์ต่อครั้ง | 685,000 ดอลลาร์ |
| ระบบทำความสะอาดข้อมูลตัดชื่อเพลง ชื่อผู้แต่ง และชื่อเจ้าของลิขสิทธิ์ออก ทำให้คำตอบของ Claude ไม่บอกที่มา | สูงสุด 25,000 ดอลลาร์ต่อครั้ง | 6,850,000 ดอลลาร์ |
| รวม | ราว 48.6 ล้านดอลลาร์ (ไม่รวมค่าทนายและดอกเบี้ย) |
ยอดในตารางมาจากคำฟ้องโดยตรง และคิดจาก 274 เพลงทั้งสามข้อหา ข้อหา 2 และ 3 อยู่ภายใต้กฎหมาย Digital Millennium Copyright Act (DMCA) ของสหรัฐฯ
ช่วงฝึก: โจทก์อ้างว่าเนื้อเพลงไปอยู่ในข้อมูลของ Claude ได้อย่างไร
คำฟ้องอ้างว่า Anthropic เก็บข้อความจากอินเทอร์เน็ตจำนวนมาก รวมถึงจากชุดข้อมูลสาธารณะอย่าง Common Crawl, Books3 และ The Pile โดยโจทก์เชื่อว่าเนื้อเพลงทั้ง 274 เพลงอยู่ในนั้น ข้อที่เจาะจงที่สุดคือชุดย่อย "YouTube Subtitles" ใน The Pile ซึ่งคำฟ้องอ้างแหล่งข้อมูลสาธารณะว่ามีเพลงอย่าง Can't Help Falling in Love และ Don't Be Cruel อยู่ และอ้างว่า Anthropic เคยยอมรับในคดีของกลุ่มนักเขียน (Bartz) ว่า Claude อย่างน้อยหนึ่งรุ่นที่เปิดให้ใช้ทั่วไปฝึกด้วยข้อมูลจากคำบรรยายใต้ภาพ YouTube ในชุดข้อมูลที่ Anthropic เข้าใจว่าเป็น The Pile ฉบับหนึ่ง
คำฟ้องยังอ้างคำตัดสินในคดี Bartz ว่า Anthropic เคยดาวน์โหลดหนังสือจากคลังหนังสือละเมิดลิขสิทธิ์อย่าง Library Genesis ผ่าน BitTorrent และเก็บไว้ใน "คลังกลาง" แบบถาวร โจทก์เชื่อว่าในหนังสือเหล่านั้นมีเนื้อเพลงของตนรวมอยู่ด้วย ส่วนที่ Anthropic เคยปฏิเสธว่าไม่ได้ใช้ข้อมูลจากแหล่งเหล่านี้ฝึก Claude คำฟ้องโต้ว่าเป็นการนิยามคำว่า "ฝึก" แคบเกินไป ข้อนี้เป็นการกล่าวหาตาม "ข้อมูลและความเชื่อ" (on information and belief) ของโจทก์ ซึ่งต้องพิสูจน์กันในชั้นศาล
ช่วงตอบ: Claude ยังให้เนื้อเพลงอยู่ไหม
คำฟ้องยอมรับเองว่า Claude Haiku 4.5 และ Sonnet 5 จะบอกผู้ใช้ว่าพิมพ์เนื้อเพลงจริงให้ไม่ได้เพราะติดลิขสิทธิ์ แต่โจทก์อ้างว่าโมเดลยังแต่ง "งานดัดแปลง" ให้ได้ เช่น เมื่อถูกขอให้เขียนเพลงเดิมใหม่ "ให้เข้ากับผู้ฟังยุคนี้" และยกคำตอบที่คำฟ้องระบุว่ามาจาก Claude Sonnet 5 ว่า
"งานที่ออกมายังใกล้ต้นฉบับมาก ทั้งโครงสร้างเดิม ท่อนฮุกเดิมที่แค่เปลี่ยนคำเล็กน้อย และมีครบทั้งท่อนร้อง ท่อนฮุก และท่อนเชื่อม ซึ่งเลยจากคำว่า 'ได้แรงบันดาลใจ' ไปเป็นการทำซ้ำเพลงที่มีลิขสิทธิ์แล้ว แม้จะเปลี่ยนคำไปก็ตาม"
จุดที่ควรรู้คือ คำฟ้องไม่ได้ระบุว่าการทดลองนี้ใช้เพลงไหน และเชิงอรรถของย่อหน้านั้นอ้างไปที่คำฟ้องคดีของ Round Hill Music ซึ่งยกตัวอย่างเพลง Iris ของ Goo Goo Dolls, I Got You (I Feel Good) ของ James Brown และ Total Eclipse of the Heart ของ Bonnie Tyler ไม่ใช่เพลงของ Elvis ส่วนข้ออ้างว่า Claude สร้างงานละเมิดของ "ทั้ง 274 เพลง" คำฟ้องเขียนว่าเป็นไปตามความเชื่อของโจทก์ และบอกว่าหลักฐานเพิ่มเติมจะมาจากการเปิดเผยข้อมูลในชั้นศาล
ตัวเลข 274, 247, 41 ล้าน และ 48.6 ล้าน มาจากไหน
- 274 เพลง เป็นตัวเลขในคำฟ้อง ใช้ตรงกันทั้งสามข้อหา
- 247 เพลง มาจาก Engadget ที่เขียนว่าข้อหาตัดข้อมูลลิขสิทธิ์ครอบคลุม 247 เพลง แต่คำฟ้องระบุว่าข้อหานี้ขอ 6,850,000 ดอลลาร์ "สำหรับ 274 เพลง" ซึ่งเท่ากับ 274 × 25,000 ดอลลาร์พอดี ReadEval จึงยึดตามคำฟ้อง และประเมินว่า 247 น่าจะเป็นการพิมพ์ตัวเลขสลับกัน หัวรองของ Engadget ยังใช้คำว่า "กว่า 250 เพลง" อีกด้วย
- 41 หรือ 41.1 ล้านดอลลาร์ คือเพดานของข้อหาหลักข้อเดียว (274 × 150,000) สื่อส่วนใหญ่รายงานตัวเลขนี้
- 48.6 ล้านดอลลาร์ คือผลรวมของทั้งสามข้อหาตามที่ Tech Times UK คำนวณ ซึ่งตรงกับตัวเลขในคำฟ้อง (41.1 + 0.685 + 6.85 ล้าน)
ทุกตัวเลขเป็นยอดที่โจทก์ขอ กฎหมายสหรัฐฯ ให้ศาลกำหนดค่าเสียหายตามกฎหมายได้ในช่วงกว้าง และ 150,000 ดอลลาร์ต่อเพลงเป็นอัตราสูงสุดสำหรับการละเมิดโดยเจตนาเท่านั้น โจทก์ยังเลือกขอค่าเสียหายจริงรวมกับกำไรของ Anthropic แทนได้ด้วย
Anthropic ตอบว่าอย่างไร
โฆษกของ Anthropic ให้ความเห็นกับ NBC News และ Engadget ว่า "เราไม่เห็นด้วยกับข้อกล่าวหา และตั้งใจจะต่อสู้คดีนี้อย่างเต็มที่" ณ วันที่เขียน ReadEval ยังไม่พบคำให้การของ Anthropic ในคดีนี้
ข้อโต้แย้งของ Anthropic ในคดีคล้ายกันพอบอกแนวทางได้ ในคดีเนื้อเพลงที่ Universal Music, Concord และ ABKCO ฟ้อง ทนายของ Anthropic แถลงต่อศาลเมื่อ 21 ต.ค. 2026 ว่าการฝึกโมเดลสร้าง "เนื้อหาใหม่ที่แปรเปลี่ยนจากต้นฉบับ" (transformative) และ AI ไม่ได้ทำให้คนต้องการเนื้อเพลงน้อยลง ขณะที่ทนายฝั่งสำนักพิมพ์เพลงโต้ว่า Claude ผลิตเนื้อหาที่แข่งกับนักแต่งเพลง และอ้างว่ามีคำขอให้แต่งเนื้อเพลงเกือบ 120,000 ครั้งในหกเดือน ผู้พิพากษา Eumi Lee ยังไม่ตัดสิน
อีกข้อที่ควรรู้คือ ศาลเดียวกันเคยมีคำตัดสินที่เป็นคุณกับ Anthropic บางส่วน ในคดี Bartz เมื่อเดือนมิถุนายน 2025 ผู้พิพากษา William Alsup ชี้ว่าการฝึก AI ด้วยงานที่ได้มาอย่างถูกต้องเข้าข่ายการใช้โดยชอบธรรมได้ แต่การดาวน์โหลดและเก็บหนังสือจากเว็บละเมิดลิขสิทธิ์ไม่ได้รับการคุ้มครองนั้น ต่อมา Anthropic ยอมความกับกลุ่มนักเขียนในวงเงินอย่างน้อย 1,500 ล้านดอลลาร์ หรือราว 3,000 ดอลลาร์ต่อเล่ม โดยข้อตกลงนี้ไม่ครอบคลุมข้อกล่าวหาในอนาคตเรื่องคำตอบของ Claude คำฟ้องคดี Elvis หยิบทั้งสองส่วนนี้มาใช้ คืออ้างส่วนที่ศาลไม่คุ้มครองการเก็บสำเนาไว้ในคลังถาวร และเน้นเรื่องคำตอบของ Claude ซึ่งยังไม่มีศาลใดตัดสิน
ทำไม Claude ถึงไม่ยอมพิมพ์เนื้อเพลงเต็ม ๆ
ที่มาส่วนหนึ่งอยู่ในคดีแรกของค่ายเพลง ปลายเดือนธันวาคม 2024 Anthropic ตกลงกับสำนักพิมพ์เพลงว่าจะคงตัวกรองที่กันไม่ให้ Claude พิมพ์เนื้อเพลงที่มีลิขสิทธิ์ไว้ และใช้กับโมเดลรุ่นใหม่ด้วย โดยผู้พิพากษา Eumi Lee รับรองข้อตกลงนี้ ต่อมาเมื่อ 25 มี.ค. 2025 ศาลไม่สั่งคุ้มครองชั่วคราวตามที่สำนักพิมพ์ขอให้ห้ามนำเนื้อเพลงไปฝึก เพราะเห็นว่าคำขอกว้างเกินไปและยังไม่มีหลักฐานความเสียหายที่แก้ไขไม่ได้
คำฟ้องคดี Elvis อ้างว่าตัวกรองเหล่านี้ครอบคลุมเพียงเพลงดังบางกลุ่ม และเลี่ยงได้ด้วยการเปลี่ยนวิธีถาม ซึ่งเป็นข้ออ้างของโจทก์ที่ Anthropic ยังไม่ได้ตอบในคดีนี้ ในทางปฏิบัติ ถ้าคุณขอเนื้อเพลงเต็มจาก Claude แล้วถูกปฏิเสธ นั่นคือตัวกรองนี้ทำงาน ทางที่ตรงที่สุดคือเปิดเนื้อเพลงจากบริการที่มีสิทธิ์แสดง ซึ่งคำฟ้องระบุว่าโจทก์ให้สิทธิ์แก่เว็บอย่าง Musixmatch และ LyricFind
คดีนี้อยู่ตรงไหนในศึก AI กับเจ้าของเพลง

คำฟ้องระบุว่าตอนนี้มีคดีเกี่ยวกับงานประพันธ์เพลงที่ฟ้อง Anthropic ค้างอยู่ในศาลเขตเดียวกันอย่างน้อย 6 คดี ที่ใหญ่ที่สุดคือคดีที่สองของ Concord และ Universal Music เมื่อเดือนมกราคม 2026 ซึ่งกล่าวหาว่าดาวน์โหลดเพลงกว่า 20,000 เพลง และ Engadget รายงานว่าค่าเสียหายอาจเกิน 3,000 ล้านดอลลาร์ นอกจากนี้ยังมีคดีของ BMG, Round Hill Music และ Sony Music Publishing ร่วมกับ Warner Chappell ส่วนเว็บ ChatGPT Is Eating the World ซึ่งติดตามคดี AI นับว่าคดี Elvis เป็นคดีลิขสิทธิ์ที่ฟ้องบริษัท AI คดีที่ 157 และเป็นคดีลิขสิทธิ์เพลงกับ AI คดีที่ 8 ของ Adams & Reese ในปีนี้
นอกวง Anthropic มีคดีที่ใกล้เคียงอยู่สองสาย
- เนื้อเพลงในแชตบอต: ศาลแขวงมิวนิก I ของเยอรมนีตัดสินเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2025 ในคดีที่ GEMA (องค์กรจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์เพลงของเยอรมนี) ฟ้อง OpenAI ว่าการที่ GPT-4 และ GPT-4o "จำ" เนื้อเพลงไว้ในโมเดลจนพิมพ์ออกมาได้ ถือเป็นการทำซ้ำตามกฎหมายลิขสิทธิ์ และสั่งห้ามพร้อมให้จ่ายค่าเสียหาย คำตัดสินนี้ยังไม่ถึงที่สุดและ OpenAI อุทธรณ์ได้ ที่สำคัญคือศาลตัดสินตามกฎหมายเยอรมนีและข้อยกเว้นการทำเหมืองข้อความและข้อมูล (TDM) ของยุโรป ซึ่งศาลเห็นว่าไม่ครอบคลุมการที่โมเดลจำทั้งเพลง ไม่ใช่หลักการใช้โดยชอบธรรมของสหรัฐฯ
- AI แต่งเพลงเป็นเสียง: ค่ายเพลงใหญ่ผ่าน RIAA ฟ้อง Suno และ Udio ในปี 2024 ต่อมา Universal Music ยอมความกับ Udio เมื่อ 29 ต.ค. 2025 แลกกับการทำแพลตฟอร์มที่ใช้เพลงแบบมีสัญญาอนุญาต ส่วน Warner Music ถอนฟ้อง Suno แลกกับข้อตกลงด้านสิทธิ์ แต่ Sony Music กับ Universal Music ฟ้อง Suno รอบใหม่ในปี 2026 Tech Times UK ชี้ว่าคดี Elvis ต่างจากสายนี้ เพราะ Claude เป็นโมเดลข้อความที่ถูกกล่าวหาเรื่องเนื้อร้อง ไม่ใช่ระบบสร้างเสียงเพลง
ReadEval เคยรายงานอีกด้านของเรื่องเพลง AI ไว้ในข่าวที่ YouTube Music, Deezer และ Spotify ขยับเรื่องป้ายกำกับเพลงที่ AI สร้าง
ผู้ใช้ Claude ในไทยต้องทำอะไรไหม
- ใช้ต่อได้ตามปกติ: ไทยอยู่ในรายชื่อประเทศที่ Anthropic เปิดให้ใช้ทั้งแอป Claude และ API คดีเพิ่งเริ่ม ยังไม่มีคำสั่งศาลใดที่กระทบการให้บริการ
- สิ่งที่โจทก์ขอให้ศาลสั่ง: ห้ามละเมิดต่อ ให้ทำลายสำเนาเนื้อเพลงในชุดข้อมูล คลังข้อมูล และน้ำหนักของโมเดล และให้เปิดเผยข้อมูลฝึกทั้งหมดที่เกี่ยวกับเพลงเหล่านี้ ถ้าศาลสั่งตามนี้จริงจะกระทบอย่างไรกับโมเดลที่ใช้อยู่ ยังไม่มีใครบอกได้ ReadEval ยังยืนยันไม่ได้ว่าจะมีผลกับผู้ใช้ในไทยหรือไม่
- ถ้าใช้ AI ช่วยแต่งเพลง: อย่าขอให้ "เขียนเพลงนี้ใหม่" จากเพลงที่มีเจ้าของ แล้วนำไปเผยแพร่หรือหารายได้ และอย่าถือว่าการเปลี่ยนคำบางคำทำให้กลายเป็นเพลงใหม่ ข้อนี้ใช้กับแชตบอตทุกค่าย ไม่ใช่เฉพาะ Claude
สิ่งที่แหล่งข่าวรายงานไม่ตรงกัน
- จำนวนเพลง: คำฟ้อง Guardian, NBC News, Tech Times UK และ Far Out ใช้ 274 เพลง ส่วน Engadget ใช้ทั้ง 274 (ในเนื้อข่าว) "กว่า 250" (หัวรอง) และ 247 (ข้อหาตัดข้อมูลลิขสิทธิ์) ReadEval ยึดตามคำฟ้อง
- ยอดเงิน: สื่อส่วนใหญ่พาดหัว 41 ล้านดอลลาร์ซึ่งเป็นเพียงข้อหาหลัก Tech Times UK รวมทุกข้อหาเป็นราว 48.6 ล้าน ซึ่งตรงกับคำฟ้อง ทั้งสองตัวเลขเป็นยอดที่ขอ ไม่ใช่ยอดที่ศาลสั่ง
- ศาล: Engadget และ NBC News ไม่ระบุศาล Tech Times UK ระบุว่าเป็นศาลรัฐบาลกลางเขตแคลิฟอร์เนียเหนือ ซึ่งตรงกับหัวคำฟ้อง
- "หลบเลี่ยง DRM": Engadget ใช้คำว่า DRM แต่คำฟ้องหมายถึงมาตรการควบคุมการเข้าถึงหลายแบบ เช่น การล็อกอิน ระบบสมาชิกแบบเสียเงิน CAPTCHA และข้อห้ามใน robots.txt ไม่ได้หมายถึงระบบล็อกไฟล์เพลงโดยเฉพาะ
- ใครเป็นโจทก์: Guardian เรียกว่าคดีที่ "กองมรดกของศิลปิน" ฟ้องเอง และระบุว่า Authentic Brands Group เป็นเจ้าของทั้งเพลงและภาพลักษณ์ของ Elvis แต่คำฟ้องระบุว่าโจทก์คือเจ้าของหรือผู้ควบคุมสิทธิ์งานประพันธ์เพลงที่ Elvis บันทึกเสียง ซึ่งรวมกองทรัสต์ของครอบครัวผู้แต่งเพลงด้วย
- ใครรายงานก่อน: Guardian ระบุว่า Billboard รายงานเป็นเจ้าแรก ส่วน Engadget อ้างถึง The New York Times ReadEval เข้าถึงข่าวของทั้งสองสำนักไม่ได้ จึงอ้างอิงจากคำฟ้องและสื่ออื่นแทน
- ภาพรวมเพลง AI: Guardian อธิบายว่าแพลตฟอร์ม AI ด้านเพลงวิเคราะห์ไฟล์เสียงเพื่อสร้างเพลง ซึ่งตรงกับระบบอย่าง Suno มากกว่า Claude ที่ถูกกล่าวหาเรื่องเนื้อร้องที่เป็นข้อความ
บทวิเคราะห์จาก ReadEval
Rea · โต๊ะข่าว AI
คดีนี้ยังเป็นข้อกล่าวหาของฝ่ายเดียว และตัวเลขที่ชี้ขาดจริงจะมาจากคดีแรกของค่ายเพลง ไม่ใช่จากคดี Elvis เพียงลำพัง ชื่อ Elvis ทำให้ข่าวไปได้ไกล แต่เมื่ออ่านคำฟ้องแล้ว แก่นของคดีแทบเหมือนคดีเพลงอื่นที่ฟ้อง Anthropic อยู่แล้ว ทั้งเรื่องชุดข้อมูล การตัดข้อมูลลิขสิทธิ์ และคำตอบของ Claude โดยหลักฐานด้านคำตอบที่ยกมายังอ้างอิงตัวอย่างจากคดีอื่นเป็นส่วนใหญ่ สิ่งที่ควรจับตาคือคำตัดสินของผู้พิพากษา Eumi Lee เรื่องการใช้โดยชอบธรรมในคดีแรก เพราะคดีนั้นเกี่ยวกับเนื้อเพลงโดยตรง และคดี Elvis ก็ยื่นที่ศาลเขตเดียวกัน ถ้าศาลเห็นว่าการฝึกเข้าข่ายการใช้โดยชอบธรรม การต่อสู้จะย้ายไปที่คำตอบของแชตบอตและการเก็บสำเนา ถ้าไม่ใช่ บริษัท AI ทุกค่ายจะถูกกดดันให้ซื้อสิทธิ์เพลงแบบที่ Udio และ Suno เริ่มทำกับค่ายเพลงบางราย สำหรับผู้ใช้ทั่วไป ข้อสรุปที่ใช้ได้ทันทีคือ เนื้อเพลงที่ AI "แต่งใหม่" จากเพลงดังยังไม่ปลอดภัยทางกฎหมาย ไม่ว่าจะใช้แชตบอตค่ายไหน
แหล่งที่มา
- คำฟ้อง ABG EPE IP LLC et al. v. Anthropic PBC, N.D. Cal. 5:26-cv-12473 (23 ต.ค. 2026)
- ChatGPT Is Eating the World: Copyright owners to Elvis songs sue Anthropic (157 suits v. AI cos.)
- NBC News: Elvis Presley's rights holders sue Anthropic
- Engadget: Elvis Presley estate suing AI company for copyright infringement
- Tech Times UK: Elvis Presley rights holders seek $41M from Anthropic over 274 songs
- The Guardian: Anthropic sued for allegedly using 274 Elvis Presley songs to train AI models
- Far Out Magazine: Owners of Elvis Presley music sue Anthropic
- MediaNama: Is training AI on song lyrics fair use? US court weighs question
- Engadget: Music publishers sue Anthropic for $3 billion (ม.ค. 2026)
- Engadget: Sony and Warner sue Anthropic (ส.ค. 2026)
- Loeb & Loeb: Concord Music Group v. Anthropic (คำสั่งไม่คุ้มครองชั่วคราว มี.ค. 2025)
- The Lawyer Magazine: Anthropic agrees to chatbot guardrails in lyrics lawsuit
- Kilpatrick: Parties reach a landmark settlement in Bartz v. Anthropic
- Grünecker: Munich Regional Court rules against OpenAI (GEMA v. OpenAI)
- Music Business Worldwide: Universal Music settles Udio lawsuit
- Engadget: Sony Music and UMG say Suno's new models still violate their copyright
- Wikipedia: Can't Help Falling in Love
- Anthropic: Supported countries and regions