สิงคโปร์สุ่มตรวจ App Store, Google Play และอีก 3 สโตร์ เจอ 65 แอปเนื้อหาอันตรายหลุดการตรวจ
IMDA ของสิงคโปร์สุ่มตรวจกว่า 7,000 แอปใน 5 แอปสโตร์ เจอ 65 แอปผิดกฎของสโตร์เอง รวมแอป AI ถอดเสื้อผ้า และ 24 แอปที่ได้เรตอายุต่ำเกินจริง
สารบัญ (12 หัวข้อ)
- สรุปประเด็นสำคัญ
- IMDA ตรวจอะไร และตรวจอย่างไร
- สโตร์ไหนเจอเท่าไร
- เด็กยังโหลดแอป 18+ ได้ไหม
- รายงานแอปแล้ว สโตร์ตอบไหม
- สโตร์ต้องทำอะไรต่อ
- ตั้งค่าบน iPhone และ iPad
- ตั้งค่าบน Android (Google Play)
- คนไทยเกี่ยวไหม
- สื่อรายงานไม่ตรงกันตรงไหน
- เรื่องนี้เกี่ยวกับที่ Apple เพิ่งเข้มกฎอย่างไร
- บทวิเคราะห์จาก ReadEval
ลองนึกภาพห้างที่ประกาศว่าตรวจสินค้าทุกชิ้นก่อนขึ้นชั้น แล้วมีเจ้าหน้าที่รัฐปลอมตัวเป็นลูกค้าเดินเข้าไป แต่ยังหยิบของต้องห้ามจากชั้นได้หลายสิบชิ้น นี่คือสิ่งที่ IMDA หน่วยงานกำกับดูแลด้านดิจิทัลและสื่อของสิงคโปร์ทำกับ App Store, Google Play, Huawei AppGallery, Microsoft Store และ Samsung Galaxy Store ในรายงานฉบับแรกที่เพิ่งเผยแพร่ปลายเดือนตุลาคมนี้
ทีม "ลูกค้าลับ" (mystery shopper) ของ IMDA สุ่มตรวจกว่า 7,000 แอป และเจอ 65 แอปที่มีเนื้อหาอันตรายซึ่งผิดกฎของสโตร์เอง หรือไม่ถึง 1 ใน 100 ของที่ตรวจ ส่วนใหญ่เป็นเนื้อหาทางเพศ เช่น แอป AI ที่เปลี่ยนรูปคนให้เป็นภาพเปลือย และแอปแชตบอตคู่ใจที่มีเนื้อหาทางเพศโจ่งแจ้ง ที่เหลือเป็นเกมรุนแรงและแอปพนันที่จ่ายเงินจริง อีก 24 แอปมีเนื้อหาที่ควรได้เรต 18+ แต่ได้เรตอายุต่ำกว่านั้น ทุกแอปถูกถอดหรือแก้เรตก็ต่อเมื่อ IMDA รายงานเข้าไปแล้ว และ IMDA ไม่เปิดเผยชื่อแอป
ปัญหาคือเรตอายุไม่ใช่แค่ป้ายบอกพ่อแม่ ระบบกันเด็กของสโตร์ก็อ่านจากป้ายนี้ ถ้าแอปเนื้อหาผู้ใหญ่ติดป้าย "เหมาะกับวัยรุ่น" ตัวกรองก็ปล่อยผ่าน IMDA ยังพบว่าบางสโตร์ไม่ได้กันเด็กจากแอป 18+ ไว้ทุกกรณี ต่างจากห้างตรงที่แอปสโตร์มีสินค้ามหาศาล และแอปบางตัวเปลี่ยนเนื้อหาได้หลังผ่านการตรวจแล้ว IMDA เองย้ำว่าจำนวนที่เจอยังน้อยเมื่อเทียบกับแอปทั้งหมด และไม่ได้ชี้ว่าระบบล้มเหลวทั้งระบบ แต่แสดงว่าแอปอันตรายยังเล็ดลอดได้
รายงานนี้ตรวจเฉพาะสโตร์ที่ให้บริการคนในสิงคโปร์ ภายใต้กฎหมายของสิงคโปร์ จึงยังยืนยันไม่ได้ว่าแอปชุดเดียวกันเคยหรือยังอยู่ในสโตร์ของไทย แต่ข้อสรุปที่ใช้ได้ทุกที่คือเรตอายุในสโตร์ผิดได้ และตัวกรองของสโตร์ไม่ได้ปิดทุกช่อง
IMDA จึงแนะนำพ่อแม่ให้สร้างบัญชีของลูกด้วยวันเกิดจริง อย่าให้ลูกใช้บัญชีผู้ใหญ่ร่วม เปิดระบบควบคุมโดยผู้ปกครอง (parental controls) อ่านรีวิวและเช็กเรตก่อนโหลด และถ้าทำได้ให้ลองเปิดแอปดูพร้อมลูก ขั้นตอนตั้งค่าบน iPhone และ Android ตัวเลขแยกรายสโตร์ และจุดที่สื่อรายงานไม่ตรงกับรายงานต้นฉบับอยู่ด้านล่าง
สรุปประเด็นสำคัญ
- รายงานฉบับแรกของสิงคโปร์: IMDA เผยแพร่ Online Safety Assessment Report 2026 สำหรับแอปสโตร์ที่ถูกกำหนดให้อยู่ใต้กฎ 5 ราย เมื่อ 24 ต.ค. 2026 ครอบคลุมช่วง 1 เม.ย.–31 ธ.ค. 2025
- 65 แอปผิดกฎของสโตร์เอง เจอครบทั้ง 5 สโตร์: Apple App Store 30, Google Play 10, Huawei AppGallery 11, Samsung Galaxy Store 11 และ Microsoft Store 3 ทุกแอปถูกถอดหลัง IMDA รายงาน
- 24 แอปได้เรตต่ำเกินจริง: Apple App Store 11, Google Play 10 และ Huawei AppGallery 3 ทุกแอปถูกแก้เป็น 18+ แล้ว ส่วน Microsoft Store และ Samsung Galaxy Store ไม่พบกรณีนี้
- ระบบตรวจอายุใช้ได้โดยรวม แต่มีรู: ผู้ใช้ Huawei AppGallery ราว 7% เลี่ยงการตรวจอายุได้ในบางเวอร์ชัน และ Huawei กับ Microsoft Store มีบางกรณีที่เด็กโหลดแอป 18+ ได้ ส่วนใหญ่แก้แล้ว
- รายงานแล้วไม่ค่อยได้คำตอบ: ทุกสโตร์แจ้งผลการรายงานแอปให้ผู้ใช้ไม่สม่ำเสมอหรือไม่แจ้งเลย และ Google Play กับ Samsung Galaxy Store ไม่แจ้งคนที่เคยโหลดแอปซึ่งถูกถอดภายหลัง
IMDA ตรวจอะไร และตรวจอย่างไร
สิงคโปร์บังคับใช้ Code of Practice for Online Safety – App Distribution Services (ADS Code) ตั้งแต่ 31 มี.ค. 2025 กฎนี้ใช้กับแอปสโตร์ 5 รายที่ IMDA กำหนด ได้แก่ Apple App Store, Google Play Store, Huawei AppGallery, Microsoft Store และ Samsung Galaxy Store โดย Microsoft Store นับรวม 5 หน้าร้าน คือ Microsoft Store บน Windows, เว็บ apps.microsoft.com, PC Games Store, หน้าร้านบนเครื่อง Xbox และส่วนของเว็บ Xbox.com ที่ทำหน้าที่เป็นแอปสโตร์
ตามกฎนี้ สโตร์ต้องลดโอกาสที่ผู้ใช้ในสิงคโปร์จะเจอเนื้อหาอันตราย ตรวจอายุผู้ใช้ให้แม่นพอสมควร ตั้งค่าบัญชีเด็กให้เข้มกว่าโดยค่าเริ่มต้น มีเครื่องมือให้ผู้ปกครอง มีช่องทางรายงานและแจ้งผลให้ผู้รายงาน และส่งรายงานความปลอดภัยประจำปีให้ IMDA เผยแพร่
IMDA ประเมินจากรายงานประจำปีที่สโตร์ส่งมา ประกอบกับการทดสอบของตัวเอง 2 แบบ
- สร้างบัญชีทดสอบ: จำลองการใช้งานจริง เช่น ดูว่าบัญชีเด็กถูกตั้งค่าให้เข้มกว่าหรือไม่ เด็กโหลดแอป 18+ ได้ง่ายแค่ไหน และพ่อแม่มีเครื่องมือจัดการหรือไม่
- ลูกค้าลับ: เจ้าหน้าที่ค้นหาแอปที่ผิดแนวทางเนื้อหาของสโตร์เอง แล้วรายงานผ่านช่องทางที่ผู้ใช้ทั่วไปใช้ จากนั้นบันทึกว่าสโตร์จัดการหรือไม่ เร็วแค่ไหน และแจ้งผลกลับมาหรือเปล่า
สโตร์ไหนเจอเท่าไร

รายงานฉบับเต็มของ IMDA แยกตัวเลขรายสโตร์ไว้ในตารางดังนี้
| สโตร์ | แอปเนื้อหาอันตรายที่ถูกถอด | ประเภท (ตามที่ IMDA ระบุ) | แอปที่ถูกแก้เรตเป็น 18+ |
|---|---|---|---|
| Apple App Store | 30 | เนื้อหาทางเพศ | 11 (เนื้อหาทางเพศ และเกมจำลองการค้ายาหรือแก๊งอาชญากรรม) |
| Google Play Store | 10 | เนื้อหาทางเพศ | 10 (เนื้อหาทางเพศ และเกมจำลองการค้ายาหรือแก๊งอาชญากรรม) |
| Huawei AppGallery | 11 | เนื้อหาทางเพศ ความรุนแรง และอบายมุข (เช่น แอปพนันที่จ่ายเงินจริง) | 3 (เกมที่ชวนทำกิจกรรมอันตราย) |
| Samsung Galaxy Store | 11 | เนื้อหาทางเพศ | ไม่พบ |
| Microsoft Store | 3 | เนื้อหาทางเพศ และอบายมุข (เช่น แอปพนันที่จ่ายเป็นคริปโต) | ไม่พบ |
| รวม | 65 | 24 |
ในส่วนของ Apple และ Google รายงานระบุตรง ๆ ว่าแอปที่ถูกถอดมีทั้งแอปหาคู่และแชตบอตคู่ใจที่มีเนื้อหาทางเพศโจ่งแจ้ง เกมที่มีภาพเปลือยสร้างด้วย AI และแอป AI ที่มีฟังก์ชันถอดเสื้อผ้า (nudification) หรือสร้างภาพลับโดยเจ้าตัวไม่ยินยอม ส่วนแอปที่ได้เรตต่ำเกินจริงบน Google Play มีแชตบอตคู่ใจที่มีโหมด "spicy" หรือ "roleplay" ด้วย
ข้อควรระวังในการอ่านตาราง: IMDA ไม่ได้บอกว่าสุ่มตรวจแอปจากแต่ละสโตร์กี่แอป และไม่ได้จัดอันดับสโตร์ ตัวเลข 30 ของ Apple จึงไม่ได้แปลว่า App Store อันตรายกว่าสโตร์อื่น 3 เท่า อาจสะท้อนเพียงว่ามีแอปให้สุ่มตรวจมากกว่า IMDA สรุปว่าจำนวนที่เจอ "น้อยเมื่อเทียบกับแอปจำนวนมากบนสโตร์ และไม่ได้บ่งชี้ความล้มเหลวเชิงระบบ" แต่ชี้ว่า "แอปอันตรายบางส่วนยังอาจเล็ดลอดผ่านมาตรการที่มีอยู่"
อีกด้านหนึ่ง สโตร์รายงานตัวเลขที่จัดการเองเชิงรุกไว้สูงกว่านี้มาก เช่น Apple รายงานว่าตรวจพบและถอดแอปที่ไม่เป็นไปตามกฎซึ่งผู้ใช้ในสิงคโปร์เข้าถึงได้ 48,404 แอปในช่วงเดียวกัน เกือบทั้งหมดเป็นหมวดอบายมุขและอาชญากรรม ซึ่ง Apple บอกว่ารวมการพนันและการหลอกลวง ส่วนหมวดเนื้อหาทางเพศมี 270 แอป
เด็กยังโหลดแอป 18+ ได้ไหม
กฎของสิงคโปร์กำหนดให้สโตร์ทั้ง 5 รายตรวจอายุผู้ใช้ด้วยวิธีที่ IMDA อนุมัติ รายงานสรุปไว้ดังนี้
| สโตร์ | วิธีตรวจอายุ | ตรวจตอนไหน |
|---|---|---|
| Apple App Store | หลัก: บัตรเครดิต หรือบัญชีที่ใช้งานมาอย่างน้อย 18 ปี · รอง: บัตรประจำตัวที่รัฐออก | ตอนโหลดแอป 18+ ครั้งแรก ถ้ายังไม่ผ่านจะถูกกันจากแอป 18+ |
| Google Play Store | หลัก: โมเดลประเมินอายุจากพฤติกรรม เช่น ประวัติ YouTube ประวัติค้นหา แอปที่ติดตั้ง อายุบัญชี · รอง: บัตรเครดิต บัตรประจำตัว สแกนใบหน้า หรือยืนยันผ่านอีเมล | ทุกบัญชีถูกจำกัดแบบผู้ใช้ต่ำกว่า 18 ปีจนกว่าระบบจะประเมินเสร็จ |
| Huawei AppGallery | บัตรเครดิตอย่างเดียว | ตอนเปิดสโตร์ครั้งแรก |
| Microsoft Store | Singpass (ระบบยืนยันตัวตนดิจิทัลของสิงคโปร์) บัตรประจำตัว หรือสแกนใบหน้า | ตอนโหลดแอป 18+ ครั้งแรก |
| Samsung Galaxy Store | บัตรเครดิตอย่างเดียว | ตอนเปิดสโตร์ครั้งแรก |
IMDA ประเมินว่าวิธีเหล่านี้ใช้ได้ผลโดยรวม แต่ "ไม่มีวิธีตรวจอายุใดที่กันได้ 100%" จุดที่เจอปัญหามีดังนี้
- Huawei AppGallery: ผู้ใช้ส่วนหนึ่งเลี่ยงการตรวจอายุได้ในบางสถานการณ์บนบางเวอร์ชันของสโตร์ Huawei ตรวจแล้วแจ้งว่ากระทบผู้ใช้ราว 7% และรับปากจะติดตามแก้ร่วมกับ IMDA ส่วนกรณีที่บัญชีเด็กไม่ถูกกันจากแอป 18+ นั้น Huawei แก้แล้ว
- Microsoft Store: บางกรณีบัญชีเด็กไม่ถูกกันจากแอป 18+ และเครื่องมือผู้ปกครองมีช่องโหว่ที่ทำให้เด็กปิดข้อจำกัดเองได้ Microsoft ใส่วิธีแก้ชั่วคราวแล้ว และกำลังทำวิธีแก้ถาวร
- Apple และ Google: เมื่อพ่อแม่เลือกปิดข้อจำกัดเริ่มต้นของบัญชีลูก ระบบไม่เตือนว่าลูกจะเห็นแอปเรตสูงกว่าอายุในหน้าแนะนำหรือผลค้นหา IMDA สั่งให้ Google เพิ่มคำเตือน และจะคุยกับ Apple ต่อ
- บัตรเครดิตของพ่อแม่: Apple, Huawei และ Samsung ใช้บัตรเครดิตเป็นหลักฐานอายุ เพราะในสิงคโปร์บัตรเครดิตออกให้คนอายุ 18 ปีขึ้นไปเท่านั้น IMDA จึงเตือนพ่อแม่ไม่ให้ลูกใช้บัตรของตัวเองโหลดแอป 18+
รายงานยังชี้ว่าเครื่องมือผู้ปกครองของทุกสโตร์ "มีครบ" แต่ใช้ได้ก็ต่อเมื่อพ่อแม่ตั้งค่าเอง บัญชีที่ต้องผูกกับพ่อแม่เป็นข้อบังคับเฉพาะเด็กต่ำกว่า 16 ปีบน Apple และต่ำกว่า 13 ปีบน Google กับ Microsoft ส่วน Huawei (Digital Balance) และ Samsung (Samsung Kids) ต้องเปิดเองทั้งหมด วัยรุ่นอายุ 13–17 ปีจึงอาจไม่มีตัวกรองเพิ่มเลยถ้าพ่อแม่ไม่ได้ตั้งไว้
รายงานแอปแล้ว สโตร์ตอบไหม
ทุกสโตร์มีช่องทางให้รายงานแอป เช่น ปุ่มรายงานในสโตร์ แบบฟอร์มออนไลน์ สายด่วน หรือแชตกับเจ้าหน้าที่ แต่ IMDA พบว่าทุกสโตร์แจ้งผลให้ผู้รายงานไม่สม่ำเสมอ หรือไม่แจ้งเลย ผู้ใช้จึงไม่รู้ว่าเรื่องที่รายงานถูกพิจารณาแล้วหรือยัง
กฎของสิงคโปร์ยังกำหนดให้สโตร์แจ้งคนที่โหลดแอปในช่วง 6 เดือนก่อนหน้า เมื่อแอปนั้นถูกถอดเพราะทำผิดกฎ แต่ Google Play และ Samsung Galaxy Store ไม่ได้ทำ Google บอกว่ามีข้อจำกัดในการทำ และจะจำกัดการซื้อและการอัปเดตแอปที่ถูกถอดแทน แต่ IMDA ยืนยันว่า Google ต้องมีระบบแจ้งเตือน ส่วน Samsung รับปากจะแจ้งผ่าน push notification และ/หรืออีเมลภายในไตรมาส 3 ปี 2027
IMDA ยังสังเกตว่าทุกสโตร์รายงานว่าได้รับเรื่องร้องเรียนเรื่องเนื้อหาอันตรายจากผู้ใช้เป็นศูนย์หรือเกือบศูนย์ ReadEval มองว่าตัวเลขนี้ชี้ว่าการรอให้ผู้ใช้รายงานเองแทบไม่ได้ช่วยคัดแอปออกในทางปฏิบัติ
สโตร์ต้องทำอะไรต่อ
IMDA แจ้งจุดอ่อนให้แต่ละสโตร์แล้ว และทุกสโตร์รับทราบ บางจุดแก้แล้ว บางจุดยังอยู่ระหว่างแก้ งานที่รายงานกำหนดให้ทำต่อมีดังนี้
| เรื่อง | ใครต้องทำ | สิ่งที่ต้องทำ |
|---|---|---|
| การตรวจอายุ | ทุกสโตร์ โดยเฉพาะ Huawei | ทำให้เลี่ยงได้ยาก และลดสัดส่วนผู้ใช้ที่เลี่ยงได้ |
| การกันเด็กจากแอป 18+ | ทุกสโตร์ โดยเฉพาะ Microsoft | ปิดช่องที่ยังเลี่ยงได้ให้หมด |
| การตรวจแอปก่อนวางขาย | ทุกสโตร์ | ปรับการคัดกรองไม่ให้แอปเนื้อหาอันตรายเล็ดลอด |
| เรตอายุ | Apple, Google และ Huawei | ปรับกระบวนการให้เรตถูกต้อง |
| การแจ้งผลการรายงาน | ทุกสโตร์ และ Google กับ Samsung เรื่องแจ้งคนที่โหลดแอปที่ถูกถอด | แจ้งผลให้ผู้รายงาน และแจ้งคนที่โหลดแอปที่ถูกถอดภายใน 6 เดือน |
| ตัวชี้วัดในรายงานประจำปี | Google, Huawei และ Samsung | ส่งตัวเลขที่แสดงได้จริงว่าระบบรับเรื่องได้ผล เช่น เวลาที่ใช้จัดการเรื่องร้องเรียน |
รายงานไม่ได้ระบุบทลงโทษ และสรุปว่าไม่มีการละเมิดกฎ "อย่างเป็นระบบ" แต่ IMDA บอกว่าจะติดตามจนกว่าจุดอ่อนที่พบจะถูกแก้
ตั้งค่าบน iPhone และ iPad
ขั้นตอนนี้อ้างจากหน้าช่วยเหลือของ Apple เรื่อง "Set up parental controls to manage your child's iPhone or iPad" ซึ่งเขียนสำหรับ iOS 27 และ iPadOS 27 ถ้าเครื่องในครอบครัวยังใช้เวอร์ชันเก่า ชื่อเมนูอาจต่างไป และ ReadEval ไม่ได้ทดลองกดในเครื่องจริง
ก่อนเริ่ม: ตั้งค่า Family Sharing สร้าง Child Account ให้ลูก แล้วเพิ่มบัญชีของลูกเข้ากลุ่มครอบครัว Apple ย้ำว่าลูกต้องมี Apple Account ของตัวเอง ไม่ใช้ร่วมกับใคร ซึ่งตรงกับคำแนะนำของ IMDA
1. จำกัดเรตแอปตามอายุ
- เปิดแอป Settings แตะ Family แล้วแตะชื่อลูก
- แตะ Content & Privacy Restrictions ใส่รหัส Screen Time ถ้าระบบถาม
- เลือกประเภทเนื้อหาใต้ Content Restrictions แล้วเลือกระดับ เช่น Don't Allow, Allow All หรือเรตอายุที่ต้องการ
2. ให้ลูกขออนุญาตก่อนโหลดหรือซื้อแอป (Ask to Buy)
- Settings > Family > ชื่อลูก
- แตะ Apps & Websites ใส่รหัส Screen Time ถ้าระบบถาม
- แตะ Restrictions > Ask to Buy แล้วเปิด Require Purchase Approval
Apple ระบุว่า Ask to Buy เปิดเป็นค่าเริ่มต้นสำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 13 ปี และในบางประเทศปิดไม่ได้ถ้าเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี
3. ปิดการติดตั้งแอปทั้งหมด หรือบล็อกแอปที่ติดตั้งไปแล้ว
- Settings > Family > ชื่อลูก > Apps & Websites
- แตะ App Store แล้วตั้ง Installing Apps เป็น Allowed หรือ Blocked
- ถ้าจะบล็อกแอปที่มีอยู่แล้ว ให้เลือกแอปนั้นในหน้า Apps & Websites แล้วแตะ Block App แอปจะไม่ถูกลบ แต่จะเป็นสีจางบนหน้าจอ
ตั้งค่าบน Android (Google Play)
ขั้นตอนนี้อ้างจากหน้าช่วยเหลือของ Google เรื่อง "How to set up content restrictions on Google Play" ณ วันที่ 26 ต.ค. 2026
ทางที่ 1: ตั้งบนเครื่องของลูกโดยตรงด้วย PIN
- เปิดแอป Google Play แตะรูปโปรไฟล์มุมขวาบน
- ไปที่ Settings > Family > Content restrictions
- แตะ Go to Parental controls > Set up a parental controls PIN แล้วสร้าง PIN ที่ลูกไม่รู้
- เลือกประเภทเนื้อหาที่จะกรอง แล้วเลือกเรตสูงสุดที่อนุญาต
ข้อจำกัดนี้มีผลเฉพาะเครื่องที่ตั้งค่า ถ้าลูกมีหลายเครื่องต้องตั้งทุกเครื่อง
ทางที่ 2: ตั้งผ่าน Family Link (บัญชี Google ของลูกที่พ่อแม่ดูแล)
- เปิดแอป Family Link บนเครื่องของคุณ แล้วเลือกลูกที่มุมซ้ายบน
- แตะ Controls > Google Play
- แตะประเภทเนื้อหาที่ต้องการกรอง แล้วเลือกระดับที่อนุญาต
ทางนี้ใช้ได้ทุกเครื่องที่ลูกล็อกอินบัญชีเดียวกัน และตั้งให้ต้องขออนุญาตก่อนโหลดหรือซื้อแอปได้ จัดการผ่านเว็บได้ที่ g.co/YourFamily
สิ่งที่ Google เตือนไว้เอง: ข้อจำกัดเหล่านี้ไม่ได้บล็อกแอปที่โผล่ในผลค้นหาหรือเปิดผ่านลิงก์ตรง และแอปที่โหลดไว้ก่อนตั้งค่ายังอยู่ในเครื่อง ถ้าใช้ Family Link คุณบล็อกแอปเหล่านั้นได้ นอกจากนี้ Google ประกาศเมื่อ มิ.ย. 2026 ว่า Android 17 จะมีการควบคุมโดยผู้ปกครองในหน้า Settings ของเครื่องเอง ป้องกันด้วย PIN จำกัดเวลาใช้งาน บล็อกแอป และกรองเรตใน Google Play ได้โดยไม่ต้องตั้ง Family Link ก่อน แต่ฟีเจอร์อย่างการอนุมัติการซื้อแอปยังต้องใช้ Family Link และ Google ไม่ได้ระบุรายชื่อประเทศที่ได้ฟีเจอร์นี้
ถ้าลูกใช้ Huawei AppGallery หรือ Samsung Galaxy Store รายงานของ IMDA ระบุว่าเครื่องมือผู้ปกครองอยู่ใน Digital Balance (Huawei) และ Samsung Kids (Samsung) ในหน้าตั้งค่าของเครื่อง ซึ่งต้องเปิดใช้เอง
คนไทยเกี่ยวไหม
- ยังไม่ยืนยัน: รายงานตรวจเฉพาะหน้าร้านที่ให้บริการคนในสิงคโปร์ และไม่ได้บอกว่าแอปทั้ง 65 แอปเคยหรือยังอยู่ในสโตร์ของไทย IMDA ไม่เปิดเผยชื่อแอป จึงไม่มีทางตรวจซ้ำจากฝั่งไทย
- การตรวจอายุเป็นของสิงคโปร์: วิธีตรวจอายุด้วยบัตรเครดิต Singpass หรือการบังคับกันผู้ใช้ต่ำกว่า 18 ปีจากแอป 18+ ที่ Google เรียกว่า "baseline protection" สำหรับ "ผู้ใช้ทุกคนในสิงคโปร์" เป็นข้อบังคับตามกฎหมายสิงคโปร์ รายงานไม่ได้บอกว่าใช้กับประเทศอื่นด้วย และยังยืนยันไม่ได้ว่าบัญชีในไทยถูกกันแบบเดียวกันโดยอัตโนมัติ
- สิ่งที่ใช้ได้ในไทยแน่นอน: เครื่องมือผู้ปกครองของ Apple (Screen Time, Family Sharing) และ Google (ตัวกรองใน Google Play, Family Link) เป็นฟีเจอร์ของระบบปฏิบัติการและแอปสโตร์ที่คุณตั้งเองได้ แต่ Apple ระบุว่าค่าเริ่มต้นบางอย่างต่างกันตามประเทศและอายุของเด็ก
สื่อรายงานไม่ตรงกันตรงไหน
| ประเด็น | สื่อบางสำนักรายงาน | รายงานต้นฉบับของ IMDA |
|---|---|---|
| ตัวเลขแยกรายสโตร์ | ข่าวที่ ReadEval เปิดอ่าน (AsiaOne, The Star, Little Big Red Dot, EconoTimes) ไม่มีตัวเลขแยกรายสโตร์ | ข่าวประชาสัมพันธ์และเอกสารสรุปไม่มีจริง แต่รายงานฉบับเต็ม (ตาราง 2 และ 3) แยกไว้ครบ ReadEval ใช้ตัวเลขจากรายงานฉบับเต็ม |
| สัดส่วนประเภทของ 65 แอป | EconoTimes ระบุว่าเป็นเนื้อหาทางเพศ 59 แอป ความรุนแรง 4 แอป และอบายมุข 2 แอป (ส่วน 24 แอปที่แก้เรตแบ่งเป็น 14, 3 และ 7) | รายงานฉบับเต็มไม่ได้พิมพ์ตัวเลขชุดนี้ แต่บอกว่าแอปที่ถูกถอดจาก Apple, Google และ Samsung รวม 51 แอปเป็นเนื้อหาทางเพศทั้งหมด ตัวเลขของสื่อจึงสอดคล้องกับตารางของ IMDA แต่ ReadEval หาแหล่งต้นทางของตัวเลข 59 ไม่พบ |
| Huawei แก้ปัญหาการตรวจอายุแล้วหรือยัง | The Star และ Little Big Red Dot เขียนว่า Huawei แก้แล้ว | รายงานแยก 2 เรื่อง: กรณีบัญชีเด็กไม่ถูกกันจากแอป 18+ นั้น "แก้แล้ว" แต่กรณีผู้ใช้ราว 7% เลี่ยงการตรวจอายุได้ Huawei เพียง "รับปากจะติดตามและแก้ไข" |
| แอปถูกถอดเพราะอะไร | ข่าวประชาสัมพันธ์ของ IMDA เขียนว่าถูกถอดหรือแก้เรต "หลัง IMDA แจ้งเท่านั้น" | รายงานฉบับเต็มเขียนว่าถูกถอด "หลังการรายงานผ่านช่องทางผู้ใช้ของทีมลูกค้าลับ หรือการรายงานของ IMDA" ทั้งสองแบบคือ IMDA เป็นผู้รายงาน ไม่ใช่สโตร์ตรวจพบเอง |
เรื่องนี้เกี่ยวกับที่ Apple เพิ่งเข้มกฎอย่างไร
เมื่อ 16 ต.ค. 2026 Apple แก้แนวทางตรวจแอปเพื่อจัดการแอปถอดเสื้อผ้าและแอปที่ซ่อนฟีเจอร์ไว้จนผ่านการตรวจ ซึ่ง ReadEval สรุปไว้แล้วในข่าว "Apple เข้มกฎ App Store สกัดแอป AI ถอดเสื้อผ้าที่ซ่อนฟีเจอร์ไว้จนผ่านการตรวจ" รายงานของ IMDA ครอบคลุมช่วง เม.ย.–ธ.ค. 2025 ก่อนกฎใหม่ของ Apple จึงยังบอกไม่ได้ว่ากฎใหม่ได้ผลแค่ไหน แต่ช่วยยืนยันว่าแอปประเภทนี้หลุดเข้าสโตร์ใหญ่ได้จริง และไม่ได้เกิดเฉพาะ App Store เพราะ IMDA พบแอปประเภทเดียวกันบน Google Play ด้วย
รายงานฉบับนี้ยังออกมาพร้อมแผนของรัฐบาลสิงคโปร์ที่จะคุมการใช้โซเชียลมีเดียของเด็กแบบแบ่งตามช่วงอายุ ข่าวประชาสัมพันธ์ของ IMDA ระบุว่าการรับฟังความเห็นช่วง มิ.ย.–ส.ค. 2026 มีพ่อแม่กว่า 80% และเยาวชนเกือบ 70% เห็นด้วย และ The Star รายงานว่ารัฐบาลคาดว่าจะเสนอกฎหมายในต้นปี 2027
บทวิเคราะห์จาก ReadEval
Ade · โต๊ะแอปและแพลตฟอร์ม
แอปสโตร์ทุกเจ้าบอกว่าตรวจแอปก่อนวางขาย แต่รายงานนี้แสดงว่าคนที่เจอแอปหลุดคือเจ้าหน้าที่รัฐ ไม่ใช่ระบบของสโตร์ และผู้ใช้ทั่วไปแทบไม่ได้รายงานเลย
จุดแข็งของรายงานนี้คือเป็นการทดสอบจริงจากภายนอก ไม่ใช่ตัวเลขที่สโตร์รายงานเอง และ IMDA ก็ระวังไม่ขยายผลเกินจริง โดยบอกเองว่า 65 จากกว่า 7,000 แอปเป็นจำนวนน้อยและไม่ใช่ความล้มเหลวทั้งระบบ แต่รายงานก็มีจุดอ่อน คือไม่บอกว่าสุ่มแอปจากแต่ละสโตร์อย่างไรและกี่แอป ตัวเลขรายสโตร์จึงบอกได้ว่ามีปัญหาอยู่ที่ไหนบ้าง แต่เอามาจัดอันดับว่าสโตร์ไหนปลอดภัยกว่าไม่ได้
สำหรับพ่อแม่ บทเรียนที่ใช้ได้ทันทีคือเรตอายุในสโตร์เป็นแค่ด่านแรก ไม่ใช่ด่านสุดท้าย และระบบกันเด็กส่วนใหญ่ทำงานได้ก็ต่อเมื่อคุณเปิดเอง โดยเฉพาะกับลูกวัยรุ่นอายุ 13–17 ปี ซึ่งรายงานพบว่ามักหลุดจากการผูกบัญชีกับพ่อแม่ การใช้เวลาไม่กี่นาทีตั้งบัญชีลูกด้วยวันเกิดจริง เปิดตัวกรองเรต และเปิดให้ลูกต้องขออนุญาตก่อนโหลดแอป จะช่วยได้มากกว่าการเชื่อป้ายเรตอย่างเดียว
แหล่งที่มา
- IMDA: IMDA releases first Online Safety Assessment Report for App Distribution Services (ข่าวประชาสัมพันธ์ 24 ต.ค. 2026)
- IMDA: Factsheet on OSAR for D-ADSs
- IMDA: Online Safety Assessment Report 2026 – Designated App Distribution Services (รายงานฉบับเต็ม)
- IMDA: Enhancing Online Safety in Singapore
- AsiaOne: IMDA audits 7,000 apps, flags 65 harmful and 24 wrongly age-rated ones
- The Star: Singapore audit flags 65 harmful apps, including AI nudification tools and gambling games
- Little Big Red Dot: IMDA has 65 objectionable apps pulled from app stores in first audit
- EconoTimes: Singapore Audit Finds 65 Harmful Apps Across Major App Stores
- Apple Support: Set up parental controls to manage your child's iPhone or iPad
- Google Play Help: How to set up content restrictions on Google Play
- Google Blog: New expanded Android parental controls to support families around the world
- Wikimedia Commons: Flag of Singapore