อ่าน แล้วประเมิน ก่อนเชื่อ
ค้นหา ที่คั่นไว้
apps

Microsoft บอก Windows 11 ใช้แรมคุ้มขึ้นบนเครื่อง 8GB เตรียมโชว์ข้อความมือถือในเมนู Start

Microsoft อ้างว่า Windows 11 เวอร์ชัน 26H2 เก็บข้อมูลในแรมได้เพิ่มถึง 2GB และเร็วขึ้นสูงสุด 20% จากการวัดของบริษัทเอง พร้อมเตรียมโชว์ข้อความมือถือใน Start

การ์ด: Windows 11 26H2
สารบัญ (11 หัวข้อ)
  1. สรุปประเด็นสำคัญ
  2. Microsoft อ้างอะไรบ้าง และวัดอย่างไร
  3. 2GB ที่ Microsoft พูดถึงหมายความว่าอะไร
  4. Windows Latest ลองเองแล้วเจออะไร
  5. ได้ฟีเจอร์เหล่านี้จากอัปเดตไหน
  6. วิธีเช็กแรมก่อนและหลังอัปเดต
  7. ข้อความจากมือถือในเมนู Start ใช้ได้เมื่อไร
  8. มีอะไรใหม่อีกบ้างในประกาศเดียวกัน
  9. ใช้ในไทยได้ไหม
  10. สิ่งที่แหล่งข่าวรายงานไม่ตรงกัน
  11. บทวิเคราะห์จาก ReadEval

ถ้าโน้ตบุ๊กของคุณมีแรม 8GB คุณน่าจะคุ้นกับอาการเปิดเบราว์เซอร์ไม่กี่แท็บแล้วเครื่องเริ่มอืด Microsoft บอกว่า Windows 11 รุ่นล่าสุดจะทำให้เครื่องแบบนี้ลื่นขึ้น ข่าวนี้มาในจังหวะที่แรมแพงขึ้นเพราะศูนย์ข้อมูล AI กว้านซื้อไปมาก จนนักวิเคราะห์เตือนว่าโน้ตบุ๊กราคากลางอาจได้แรมน้อยลงในราคาเท่าเดิม

นึกภาพแรมเป็นโต๊ะทำงาน ส่วนดิสก์เป็นตู้เอกสารข้างห้อง ของบนโต๊ะหยิบได้ทันที แต่พอโต๊ะเต็ม Windows ต้องเก็บบางอย่างเข้าตู้ แล้วเดินไปหยิบกลับมาเมื่อต้องใช้อีก Navjot Virk ผู้บริหารฝ่าย Windows ของ Microsoft เขียนในบล็อกว่า ตอนนี้ Windows เก็บข้อมูลที่คุณใช้งานอยู่ไว้ในแรมได้มากขึ้นถึง 2GB แทนการย้ายไปดิสก์ และบนเครื่องแรม 8GB หรือน้อยกว่า แผงข่าวสาร Widgets จะโหลดเฉพาะตอนคุณเปิดดู ต่างจากการซื้อโต๊ะใหม่ตรงที่แรมยังเท่าเดิม แค่ Windows จัดโต๊ะดีขึ้นและวางของตัวเองน้อยลง

Microsoft ยังบอกว่า Windows 11 ตอบสนองเร็วขึ้นสูงสุด 20% แต่นี่เป็นการวัดของ Microsoft เอง โดยจับเวลาเปิดเมนู Start ช่องค้นหา และหน้าต่างอื่น ๆ บนรุ่นล่าสุด เทียบกับรุ่นเมื่อต้นปี ยังไม่มีคนนอกวัดยืนยัน ฝั่งเว็บไซต์ Windows Latest ลองอัปเดตโน้ตบุ๊กแรม 8GB เครื่องหนึ่ง แล้วพบว่าแรมที่ถูกใช้อยู่หลังเปิดเครื่องลดลงราว 1.7GB ตัวเลขนี้เป็นผลทดสอบของ Windows Latest บนเครื่องเดียว ไม่ใช่สิ่งที่ Microsoft สัญญา และมีผู้ใช้แรม 8GB บางคนรายงานว่าแรมยังเกือบเต็มอยู่ดี

ยังไม่จบแค่นั้น Microsoft ประกาศว่าเมนู Start จะแสดงตัวอย่างข้อความและการแจ้งเตือนจากมือถือ Android หรือ iPhone และกดเปิดแชตขึ้นมาตอบในหน้าต่างแยกได้ ต่อยอดจากแผงมือถือในเมนู Start ที่ใช้ผ่านแอป Phone Link อยู่แล้ว ส่วนนี้ Microsoft ยังไม่บอกว่าจะเปิดให้ใช้เมื่อไร

ถ้าอยากรู้ว่าเครื่องคุณได้ผลแค่ไหน ให้เปิด Task Manager จดตัวเลขแรมหลังรีสตาร์ตไว้ก่อน แล้วเข้า Windows Update อัปเดตเป็น Windows 11 เวอร์ชัน 26H2 พร้อมแพตช์ล่าสุด รีสตาร์ตแล้วดูอีกครั้ง ฟีเจอร์จะทยอยมาถึงแต่ละเครื่องไม่พร้อมกัน ขั้นตอนทีละคลิก เลข build ที่ต้องมี และเงื่อนไขของฟีเจอร์มือถืออยู่ด้านล่าง

ลงลึกสรุปประเด็น รายละเอียด วิธีเช็ก และบทวิเคราะห์

สรุปประเด็นสำคัญ

  • ที่มา: บล็อก Windows Experience ของ Microsoft เมื่อ 15 ต.ค. 2026 เขียนโดย Navjot Virk สรุปการปรับ Windows 11 รอบนี้ ทั้งความเร็ว แรม การค้นหา การเชื่อมมือถือ และแอป Photos ใหม่
  • แรม (Microsoft อ้าง): Windows เก็บข้อมูลที่ใช้งานอยู่ในแรมได้เพิ่มสูงสุด 2GB และบนเครื่องแรม 8GB หรือน้อยกว่า Widgets โหลดเมื่อเปิดเท่านั้น ทำให้แรมว่างเพิ่มกว่า 200MB ตัวเลขทั้งสองอิง build 26300.9550
  • ความเร็ว (Microsoft วัดเอง): "ตอบสนองเร็วขึ้นสูงสุด 20%" เทียบ build 26300.9550 (Windows 11 เวอร์ชัน 26H2 ปลายเดือนกันยายน 2026) กับ build 26200.7628 (เวอร์ชัน 25H2 เดือนมกราคม 2026)
  • ผลลองจริง (Windows Latest ทดสอบเอง): โน้ตบุ๊กแรม 8GB เครื่องเดียว แรมที่ใช้หลังรีสตาร์ตลดจาก 5.0GB เหลือ 3.3GB ตัวเลขนี้ไม่ใช่ของ Microsoft
  • มือถือในเมนู Start: ประกาศแล้วว่าจะดูตัวอย่างข้อความและการแจ้งเตือนจาก Android หรือ iPhone ได้ แต่ยังไม่มีวันเปิดใช้
  • ได้อย่างไร: อัปเดตเป็น Windows 11 เวอร์ชัน 26H2 ผ่าน Windows Update (แพ็กเกจ KB5121794) และติดตั้งแพตช์ล่าสุด ซึ่งตอนนี้คือ KB5127648 วันที่ 13 ต.ค. 2026 (build 26300.9711)

Microsoft อ้างอะไรบ้าง และวัดอย่างไร

ตัวเลขทุกตัวในประกาศมีเชิงอรรถกำกับว่าวัดจาก build ไหน ReadEval รวบรวมไว้ในตารางนี้

สิ่งที่ Microsoft อ้างตัวเลขวัดอย่างไร (ตามเชิงอรรถในบล็อก)ใช้กับเครื่องไหน
ตอบสนองเร็วขึ้นสูงสุด 20%จับเวลาตอบสนองของ Search, Start, เมนูคลิกขวา, Settings, Snipping Tool และ File Explorer บน build 26300.9550 เทียบกับ 26200.7628ทุกเครื่อง แต่ "ผลจริงต่างกันตามเครื่อง การตั้งค่า การใช้งาน และปัจจัยอื่น"
เก็บข้อมูลที่ใช้งานอยู่ในแรมได้มากขึ้นสูงสุด 2GB"อิงการปรับปรุงที่อยู่ใน build 26300.9550" ไม่ได้บอกวิธีวัดประโยคนี้ไม่ได้จำกัดรุ่นเครื่อง แต่บล็อกบอกว่าเห็นผลชัดเป็นพิเศษบนเครื่องแรม 8GB
Widgets โหลดเมื่อเปิดเท่านั้นแรมว่างเพิ่มกว่า 200MBอิง build 26300.9550เครื่องแรม 8GB หรือน้อยกว่า
แอป Photos เปิดเร็วขึ้นสูงสุด 20%จับเวลาเปิดแอป Photos บน build 26300.9550 เทียบกับ 26200.7628ไม่ได้ระบุ
จับคู่หูฟัง AirPods ผ่าน Bluetooth เร็วขึ้นสูงสุด 15 วินาทีอิง build 26200.8737ไม่ได้ระบุ

สองจุดที่ควรรู้ก่อนอ่านตัวเลขเหล่านี้

  • "สูงสุด" คือกรณีที่ดีที่สุด ไม่ใช่ค่าเฉลี่ย และ Microsoft ไม่ได้เปิดเผยว่าทดสอบบนเครื่องสเปกไหน กี่เครื่อง กี่รอบ
  • ฐานที่ใช้เทียบเก่าพอสมควร หน้า Windows 11 release information ของ Microsoft ระบุว่า build 26200.7628 คืออัปเดตนอกรอบของเวอร์ชัน 25H2 วันที่ 24 ม.ค. 2026 ส่วน 26300.9550 คืออัปเดตทดลองของเวอร์ชัน 26H2 วันที่ 29 ก.ย. 2026 ตัวเลข 20% จึงรวมผลของการปรับปรุงราว 8 เดือน ไม่ใช่ผลของการขึ้น 26H2 อย่างเดียว

ตามเกณฑ์ความน่าเชื่อถือของ ReadEval ตัวเลขของ Microsoft อยู่ในระดับ "คำกล่าวอ้าง" เพราะเป็นผู้ขายวัดเอง ไม่เปิดวิธีวัดให้คนอื่นทำซ้ำ ไม่บอกสเปกเครื่องและจำนวนรอบ ข้อเดียวที่ผ่านคือยอมรับว่าผลต่างกันไปตามเครื่อง Thom Holwerda บรรณาธิการ OSNews ก็เขียนทำนองเดียวกันว่าคำกล่าวอ้างแบบนี้ "วัดได้ยากเสมอ" เพราะเครื่อง Windows มีความหลากหลายมาก

2GB ที่ Microsoft พูดถึงหมายความว่าอะไร

เมื่อแรมเริ่มเต็ม Windows ต้องย้ายข้อมูลบางส่วนออกไปไว้ที่อื่นชั่วคราว Microsoft บอกว่าตอนนี้ Windows เก็บข้อมูลที่ใช้งานอยู่ไว้ในแรมได้มากขึ้นสูงสุด 2GB "แทนการย้ายไปไว้บนที่เก็บข้อมูลที่ช้ากว่า" ผลที่ Microsoft หวังคือเครื่องยังตอบสนองดีเมื่อคุณเปิดแอปหรือแท็บเบราว์เซอร์เพิ่มขึ้น

Microsoft ไม่ได้อธิบายในบล็อกว่าทำได้อย่างไร Windows Latest อ้างโพสต์ของ Windows Insider เมื่อ 31 ก.ค. ซึ่งพูดถึงตัวจัดสรรหน่วยความจำที่มีประสิทธิภาพขึ้น แอปที่สร้างด้วย WinUI 3 ซึ่ง "ใช้หน่วยความจำน้อยลงโดยการออกแบบ" และชิ้นส่วน Chromium กับ WebView2 ที่เบาลง

ข้อควรระวังคือ 2GB, 200MB และผลทดสอบของสื่อวัดคนละเรื่องกัน 2GB คือพื้นที่ที่ Windows เก็บข้อมูลที่ใช้งานไว้ในแรมได้เพิ่ม 200MB คือแรมที่ได้คืนจาก Widgets อย่างเดียว ส่วนตัวเลขของ Windows Latest คือแรมที่ถูกใช้อยู่หลังรีสตาร์ตบนเครื่องหนึ่งเครื่อง จึงเอามาบวกลบกันตรง ๆ ไม่ได้

Windows Latest ลองเองแล้วเจออะไร

เทียบตัวเลขที่ Microsoft อ้างเรื่องแรมและความเร็วของ Windows 11 กับผลทดสอบแรมก่อนและหลังอัปเดต 26H2 บนโน้ตบุ๊กแรม 8GB ของ Windows Latest

Abhijith M B ผู้เขียนของ Windows Latest ทดสอบบนโน้ตบุ๊กของพ่อ ซึ่งมีแรม DDR4 8GB (ใช้ได้จริง 7.9GB) และ SSD แบบ SATA ในเครื่องลงโปรแกรมใช้งานจริงไว้ เช่น PyCharm, VS Code, AutoCAD 2020 และ SketchUp เขาเปิด Task Manager ดูหลังรีสตาร์ตทั้งก่อนและหลังอัปเดต โดยไม่ได้รัน benchmark

ค่าใน Task Manager25H2 (ก่อน)26H2 (หลัง)
In use (แรมที่ใช้อยู่)5.0GB (63%)3.3GB (42%)
Available (แรมว่าง)2.9GB4.6GB
Compressed (ข้อมูลที่ถูกบีบอัดไว้ในแรม)324MB62.7MB
Committed4.8GB / 10GB2.9GB / 10GB
Paged pool633MB299MB
Non-paged pool508MB332MB

สิ่งที่ Windows Latest พบเพิ่ม

  • แรมลดเกินกว่าที่ Widgets อธิบายได้: ผู้เขียนสรุปว่าส่วนใหญ่ของแรมที่ลดลงมาจากการปรับอื่น ไม่ใช่ Widgets
  • Widgets กลับมากินแรมได้: การเปลี่ยนแปลงนี้มาจากการแยกฟีดข่าว Discover (MSN) ออกจาก Widgets ฟีดจึงไม่โหลดค้างไว้เบื้องหลัง แต่เมื่อเปิดฟีด Discover แรมจะ "ค่อย ๆ ไต่กลับไปเท่าเดิม"
  • เครื่องเสมือน (VM) แรม 8GB: ติดตั้ง 25H2 รุ่นเดือนตุลาคม 2025 ใหม่ใช้แรม 4.1GB หลังอัปเดตเป็น 26H2 แพตช์เดือนตุลาคม 2026 ใช้ราว 2.8–3.2GB แต่ผู้เขียนเตือนเองว่า VM ข้ามอัปเดตมาทั้งปี 26H2 จึงไม่ใช่เหตุผลเดียว
  • ความเร็ว: สลับแท็บ Chrome "รู้สึกเร็วขึ้นเล็กน้อย" ซึ่งเป็นความรู้สึก ไม่ใช่ตัวเลขวัด
  • คนอื่นได้ผลต่างกัน: ผู้ใช้หลายคนรายงานว่าแรมตอนเปิดเครื่องลดลง 1–2GB ส่วนใหญ่เป็นเครื่องแรม 16–48GB แต่ผู้ใช้ Reddit ที่มีแรม 8GB รายหนึ่งยังเห็นแรมถูกใช้ 96%

ได้ฟีเจอร์เหล่านี้จากอัปเดตไหน

บล็อกของ Microsoft ไม่ได้ระบุชื่อเวอร์ชันหรือเลข KB ในเนื้อหา แต่เชิงอรรถอ้าง build 26300.9550 ซึ่งตามหน้า release information ของ Microsoft คือ Windows 11 เวอร์ชัน 26H2 ที่ติดตั้งอัปเดตทดลองประจำเดือนกันยายน (KB5124010, 29 ก.ย. 2026) แล้ว ส่วนอัปเดตความปลอดภัยประจำเดือนตุลาคม (KB5127648, 13 ต.ค. 2026) ทำให้ 26H2 เป็น build 26300.9711 ซึ่งใหม่กว่า build ที่ Microsoft ใช้วัด และ Windows Latest ระบุว่าอัปเดตทดลองเดือนกันยายนมีชุดฟีเจอร์เดียวกับแพตช์เดือนตุลาคม

เครื่องของคุณตอนนี้ต้องทำอะไร
Windows 11 เวอร์ชัน 26H2 (build 26300.x)ติดตั้งแพตช์ล่าสุดใน Windows Update ให้ได้ build 26300.9711 หรือใหม่กว่า
Windows 11 เวอร์ชัน 24H2 หรือ 25H2อัปเดตเป็น 26H2 ผ่านแพ็กเกจเล็ก KB5121794 ซึ่งต้องมีแพตช์ KB5124010 หรือใหม่กว่าก่อน แล้วรีสตาร์ตครั้งเดียว
Windows 11 เวอร์ชัน 23H2 หรือเก่ากว่า / Windows 10แพ็กเกจเล็กของ 26H2 ใช้ไม่ได้ ดูทางเลือกในข่าว Windows 11 24H2 รุ่น Home และ Pro หมดแพตช์แล้ว ส่วน Windows 10 ต่อ ESU ได้ถึง ต.ค. 2027

เครื่อง 25H2 ที่ได้แพตช์ล่าสุดแต่ยังไม่ขึ้น 26H2 จะได้ด้วยไหม: ยังยืนยันไม่ได้ Windows Latest อธิบายว่า 26H2 ใช้โค้ดชุดเดียวกับ 24H2 และ 25H2 และการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ "ทยอยมากับอัปเดตหลายเดือน" แต่ตัวเลขทุกตัวของ Microsoft อ้าง build ของ 26H2 ทางที่ชัดที่สุดจึงเป็นการขึ้น 26H2 ซึ่งไม่เสียเงินและยังได้แพตช์นานกว่า (ถึง 10 ต.ค. 2028 สำหรับรุ่น Home และ Pro)

ทยอยปล่อย: เชิงอรรถของ Microsoft ระบุว่า "ช่วงเวลาและการเปิดให้ใช้อาจต่างกันตามเครื่องและภูมิภาค" ระบบค้นหาแบบใหม่ยังอยู่ในกลุ่มทดสอบ Windows Insider และจะ "ขยายวงกว้างขึ้นภายในปีนี้" ส่วนการแสดงข้อความจากมือถือในเมนู Start ยังไม่มีกำหนด

วิธีเช็กแรมก่อนและหลังอัปเดต

  1. รีสตาร์ตเครื่อง แล้วเปิดโปรแกรมที่ใช้ประจำตามปกติ (Windows Latest วัดหลังรีสตาร์ตทั้งสองครั้ง)
  2. กด Ctrl + Shift + Esc เพื่อเปิด Task Manager คลิกแท็บ Performance แล้วเลือก Memory
  3. จดค่า In use และ Available ไว้
  4. เปิด Settings > Windows Update แล้วกด Check for updates ถ้าเห็น Windows 11, version 26H2 is available ให้กด Download & install และติดตั้งแพตช์ที่ค้างอยู่ให้ครบ
  5. รีสตาร์ต แล้วพิมพ์ winver ในช่องค้นหาบนแถบงาน ตรวจว่าเป็นเวอร์ชัน 26H2 และ build 26300.9711 หรือสูงกว่า
  6. เปิดโปรแกรมชุดเดิม แล้วดู Task Manager อีกครั้ง

ถ้าอยากเช็กเลข build ด้วยคำสั่ง ให้เปิด PowerShell แล้วพิมพ์คำสั่งที่ Microsoft ให้ไว้ในหน้าเอกสาร

powershell
Get-WmiObject win32_operatingsystem | select Version

ReadEval แนะนำให้เปิดโปรแกรมชุดเดียวกันทั้งก่อนและหลัง เพราะแรมที่ใช้ขึ้นลงตามแอปที่เปิดอยู่ ถ้าเทียบคนละสภาพจะสรุปอะไรไม่ได้

ข้อความจากมือถือในเมนู Start ใช้ได้เมื่อไร

สิ่งที่ประกาศใหม่: บล็อกของ Microsoft บอกว่าคุณจะ "ดูตัวอย่างข้อความและการแจ้งเตือนจากมือถือ Android หรือ iPhone ในเมนู Start" ได้ เมื่อต้องตอบก็เปิดบทสนทนาในหน้าต่างที่ทำมาเพื่อแชตโดยเฉพาะ นอกจากนี้ยังมีปุ่มใน Quick Settings สำหรับปิดเสียงมือถือหรือสั่งให้มือถือดังเพื่อหาเครื่อง และ Resume สำหรับทำงานต่อข้ามอุปกรณ์ Android Authority รายงานว่าบางอย่างใช้ได้กับ Android ที่รองรับเท่านั้น เช่น เปิดแอปมือถือเป็นหน้าต่างบนพีซี เปิดดูไฟล์ในมือถือผ่าน File Explorer เปิดรูปที่เพิ่งถ่ายจากการแจ้งเตือน และส่งไฟล์จากพีซีไปมือถือ และระบุว่า "Microsoft ยังไม่ได้บอกวันเปิดใช้ฟีเจอร์มือถือเหล่านี้"

สิ่งที่ใช้ได้แล้วตอนนี้: เมนู Start มีแผงมือถือผ่าน Phone Link อยู่แล้ว หน้าช่วยเหลือ "Mobile device in Start menu" ของ Microsoft ระบุเงื่อนไขดังนี้

  • พีซี Windows 11 แอป Phone Link เวอร์ชัน 1.25032.82.0 และบัญชี Microsoft
  • Android: มือถือและพีซีเชื่อมต่อผ่าน Wi-Fi ดูแบตเตอรี่และสถานะการเชื่อมต่อ เข้า Messages, Calls และ Photos ดูกิจกรรมล่าสุด และส่งไฟล์ได้
  • iPhone: เชื่อมผ่าน Bluetooth LE ได้ทุกอย่างข้างต้นยกเว้น Photos
  • ฟีเจอร์นี้ "ทยอยปล่อย และอาจยังไม่มีให้ผู้ใช้ทุกคนทันที"

เปิดหรือปิดแผงมือถือใน Start: ไปที่ Settings > Personalization > Start แล้วเปิดหรือปิดสวิตช์ Show mobile device in Start

ถ้ายังไม่เคยเชื่อมมือถือ: หน้า Phone Link requirements and setup ของ Microsoft ระบุว่า

  • Android ต้องเป็น Android 10 ขึ้นไป ติดตั้งแอป Link to Windows (บางรุ่นมีมาให้แล้ว) และต่อ Wi-Fi วงเดียวกับพีซี จากนั้นค้นหา Phone Link บนพีซี เลือก I have the Link to Windows app ready แล้ว Pair with QR code และสแกนด้วยมือถือ
  • iPhone ต้องเป็น iOS 16 ขึ้นไป พีซีต้องมี Bluetooth LE เปิด Bluetooth ทั้งสองเครื่อง เลือก iPhone ในหน้า Pick your phone แล้วสแกน QR code ด้วยกล้องของ iPhone จากนั้นเปิดสิทธิ์แสดงการแจ้งเตือนและซิงก์รายชื่อ
  • Phone Link ยังไม่รองรับบัญชีที่ทำงานหรือโรงเรียน

มีอะไรใหม่อีกบ้างในประกาศเดียวกัน

  • ค้นหาแบบใหม่: หน้าตาใหม่ และมี "Actions" ที่สั่งงานได้จากผลค้นหา เช่น เปิดโหมดมืด เปิดไฟกลางคืน หรือจัดหน้าต่าง ตอนนี้มีให้ Windows Insider และจะขยายวงภายในปีนี้
  • ย้ายแถบงานได้: เลือกได้ว่าจะให้แถบงานอยู่ตรงไหนของจอ
  • Windows Update: Microsoft บอกว่าควบคุมเวลาอัปเดตได้มากขึ้นและรีสตาร์ตน้อยลง
  • แอป Photos ใหม่: ค้นรูปด้วยการพิมพ์บรรยายภาพเป็นคำพูดของคุณเอง ลบวัตถุพื้นหลัง และปรับแสงด้วย Relight Microsoft อ้างว่าเปิดเร็วขึ้นสูงสุด 20% ซึ่งเป็นการวัดของ Microsoft เช่นกัน
  • Windows Hello และ Bluetooth: ล็อกอินด้วยใบหน้าและลายนิ้วมือได้ง่ายและเร็วขึ้น ส่วนอุปกรณ์ Bluetooth จับคู่ เชื่อมต่อใหม่ และใช้เสียงหรือโทรได้ราบรื่นขึ้น
  • เกม: มีบริการส่ง shader ที่คอมไพล์ไว้ล่วงหน้าสำหรับเกมที่รองรับ ส่วนข้อเสนอรับเกม 25 เกมสำหรับพีซีที่ซื้อช่วงปลายปีเป็นของผู้ซื้อในสหรัฐฯ

ใช้ในไทยได้ไหม

  • อัปเดต 26H2: ไม่เสียเงินและมาทาง Windows Update เหมือนประเทศอื่น แต่ Microsoft บอกว่าการทยอยปล่อยต่างกันตามเครื่องและภูมิภาค ReadEval ยังยืนยันไม่ได้ว่าเครื่องในไทยได้การปรับเรื่องแรมพร้อมกันทุกเครื่องหรือไม่
  • ข้อความจากมือถือใน Start: Microsoft ยังไม่ประกาศวันเปิดใช้ทั่วโลก และไม่ได้บอกว่ามีข้อจำกัดรายประเทศหรือไม่ หน้าช่วยเหลือของ Phone Link ระบุแค่ว่ามีขั้นตอนตั้งค่าเฉพาะสำหรับตลาดจีน ReadEval จึงยังยืนยันไม่ได้ว่าผู้ใช้ไทยจะได้พร้อมประเทศอื่นหรือไม่
  • เกมฟรี 25 เกม: เฉพาะพีซีที่ซื้อในสหรัฐฯ

สิ่งที่แหล่งข่าวรายงานไม่ตรงกัน

  • 2GB ใช้กับเครื่องไหน: สื่อบางแห่ง เช่น tbreak เขียนว่า "บนเครื่องแรม 8GB Windows เก็บข้อมูลในแรมได้เพิ่ม 2GB" แต่ประโยคในบล็อกของ Microsoft ไม่ได้จำกัดรุ่นเครื่อง บอกเพียงว่างานนี้ "ส่งผลชัดเป็นพิเศษบนเครื่องแรม 8GB" ส่วนที่จำกัดเฉพาะเครื่อง 8GB หรือน้อยกว่าคือเรื่อง Widgets ReadEval ยึดถ้อยคำของ Microsoft
  • 1.7GB หรือ 1.3GB: Windows Latest ใช้หัวข้อว่าแรมลดลง 1.7GB ซึ่งตรงกับตัวเลขในตาราง (5.0GB ลบ 3.3GB) แต่ย่อหน้าเรื่อง Widgets ในบทความเดียวกันเขียนว่า "1.3GB" ReadEval ใช้ 1.7GB ตามตัวเลขที่วัดได้
  • อะไรทำให้แรมลด: Windows Latest ระบุว่าเครื่องก่อนอัปเดตเป็น 25H2 build 26200.9550 และหลังอัปเดตเป็น 26H2 build 26300.9550 เลขท้ายเดียวกันแปลว่ามีแพตช์รายเดือนชุดเดียวกัน ReadEval ประเมินว่าถ้าเลขนี้ถูกต้อง ความต่างน่าจะมาจากการเปิดใช้ 26H2 แต่บทความเดียวกันก็เขียนว่าการเปลี่ยนแปลง "ทยอยมากับอัปเดตหลายเดือน" จึงยังสรุปแน่ชัดไม่ได้
  • ชื่อเวอร์ชัน: บล็อกของ Microsoft ไม่ได้เขียนคำว่า 26H2 ข้อสรุปว่าเป็น 26H2 มาจากเลข build ในเชิงอรรถ เทียบกับหน้า release information ของ Microsoft และ Windows Latest ก็ทดสอบบน 26H2 เช่นกัน

บทวิเคราะห์จาก ReadEval

Ade · โต๊ะแอปและแพลตฟอร์ม

อัปเดตเป็น 26H2 ได้เลยเพราะไม่เสียอะไร แต่ให้เชื่อตัวเลขใน Task Manager ของเครื่องคุณเองมากกว่าตัวเลขในบล็อก การปรับ Windows ให้กินแรมน้อยลงเป็นเรื่องดีในจังหวะที่ Consumer Reports เตือนตั้งแต่ปลายปี 2025 ว่าปี 2026 อาจเป็นปีที่อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แพงที่สุดปีหนึ่ง และผู้ผลิตอาจลดสเปกเครื่องราคากลาง เช่น ใส่แรม 8GB แทน 16GB เพื่อคงราคาเดิม เครื่องแรม 8GB จึงน่าจะยังอยู่กับผู้ใช้จำนวนมากไปอีกนาน ปัญหาคือตัวเลขเด่นของ Microsoft ทั้ง 20% และ 2GB เป็นค่าสูงสุดที่บริษัทวัดเอง และเทียบกับ build เมื่อต้นปี จึงรวมผลของการปรับปรุงหลายเดือนไว้ด้วย ผลทดสอบของ Windows Latest ชี้ไปทางเดียวกันว่ามีการเปลี่ยนแปลงจริง แต่เป็นเครื่องเดียว และมีผู้ใช้แรม 8GB ที่ยังเจอแรมเต็มอยู่ ส่วนฟีเจอร์ข้อความจากมือถือในเมนู Start น่าใช้สำหรับคนที่หยิบมือถือบ่อยระหว่างทำงาน แต่ยังไม่มีวันเปิดใช้ และต้องเชื่อม Phone Link ก่อน ReadEval มองว่าน่าสนใจที่เมื่อ 7 ต.ค. Microsoft เพิ่งเปิดราคาโน้ตบุ๊ก AI รุ่น Surface Laptop Ultra ที่เริ่มต้น 2,600 ดอลลาร์ (TechCrunch) แต่อีกเพียงแปดวันต่อมาก็ประกาศลดน้ำหนัก Windows ให้เครื่องแรม 8GB ซึ่งสะท้อนว่าผู้ใช้ Windows ส่วนใหญ่ยังอยู่ที่เครื่องสเปกพื้นฐาน

แหล่งที่มา

  1. Windows Experience Blog (Microsoft): What's new in Windows 11 – everyday experiences, reimagined (Navjot Virk, 15 ต.ค. 2026)
  2. Windows Latest: ทดสอบ 26H2 บนโน้ตบุ๊กแรม 8GB (21 ต.ค. 2026)
  3. Microsoft Learn: Windows 11 release information (เลข build และวันที่ของแต่ละอัปเดต)
  4. Microsoft Support: KB5121794 feature update to Windows 11, version 26H2
  5. Microsoft Support: KB5127648 (October 2026 security update)
  6. Microsoft Support: Mobile device in Start menu
  7. Microsoft Support: Phone Link requirements and setup
  8. Microsoft Learn: Check your Windows version (winver, PowerShell)
  9. Android Authority: Windows 11 phone integration, messaging and controls (16 ต.ค. 2026)
  10. OSNews: Microsoft claims Windows 11 is now up to 20% more responsive
  11. tbreak: Windows 11 more responsive on 8GB RAM PCs (15 ต.ค. 2026)
  12. Techdows: Windows 11 26H2 update history
  13. Tom's Guide: How to see your computer's RAM specs on Windows 11 (Task Manager)
  14. Consumer Reports: AI data centers buying up RAM and raising laptop prices (19 ธ.ค. 2025)
  15. TechCrunch: Microsoft releases new Nvidia chip AI PCs with revamped Windows 11 (7 ต.ค. 2026)