อ่าน แล้วประเมิน ก่อนเชื่อ
ค้นหา ที่คั่นไว้
apps

YouTube ลดการแนะนำ Shorts ของช่องที่เอาคลิปคนอื่นมาลงซ้ำ แต่ยังไม่บอกว่าต้องแก้แค่ไหน

YouTube ปรับระบบแนะนำ Shorts ให้คลิปต้นฉบับได้เปรียบ ช่องที่ส่วนใหญ่อัปโหลดคลิปคนอื่นซ้ำโดยไม่เพิ่มของตัวเองจะถูกแนะนำน้อยลง แต่ไม่มีวันเริ่มและเกณฑ์ชัด

การ์ด: YouTube Shorts
สารบัญ (10 หัวข้อ)
  1. สรุปประเด็นสำคัญ
  2. YouTube ประกาศว่าอะไรบ้าง
  3. แค่ไหนถึงนับว่า "เพิ่มของตัวเอง"
  4. มีผลเมื่อไร และคนไทยโดนด้วยไหม
  5. ช่องของฉันถูกลดการแนะนำแล้วหรือยัง
  6. เรื่องนี้เกี่ยวกับรายได้ไหม
  7. ถ้าอยากแชร์คลิปคนอื่น ทำอย่างไร
  8. สื่อรายงานไม่ตรงกันตรงไหน
  9. ไม่ใช่แพลตฟอร์มแรกที่ทำแบบนี้
  10. บทวิเคราะห์จาก ReadEval

ลองนึกภาพว่าคุณเลื่อนดู Shorts แล้วเจอฉากตลกฉากเดียวจากไลฟ์ของสตรีมเมอร์คนหนึ่งวนกลับมาซ้ำ ๆ จากหลายช่อง ซึ่งไม่มีช่องไหนเป็นเจ้าของคลิปเลย YouTube บอกว่าจะให้คุณเห็นภาพแบบนี้น้อยลง ทีมงาน YouTube โพสต์ในชุมชนช่วยเหลือเมื่อต้นเดือนตุลาคมว่า ระบบแนะนำ Shorts จะให้น้ำหนักกับคลิปต้นฉบับมากขึ้น และลดการมองเห็นของคลิปที่เอาของคนอื่นมาลงซ้ำ "โดยไม่ได้เพิ่มอะไรของคุณเอง"

เป้าหมายไม่ได้อยู่ที่คลิปทีละคลิป แต่อยู่ที่ทั้งช่อง YouTube เขียนว่าช่องที่ระบบระบุว่า "ส่วนใหญ่" รวบรวมหรืออัปโหลดวิดีโอของครีเอเตอร์คนอื่นซ้ำโดยไม่เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ "น่าจะได้รับการเผยแพร่ในฟีด Shorts น้อยลง" ช่องเหล่านี้ไม่ได้ถูกลบหรือแบน เปรียบได้กับร้านหนังสือที่ยังยอมให้หนังสือรวมเล่มจากงานของคนอื่นวางขายบนชั้น แต่จะไม่หยิบขึ้นโต๊ะแนะนำหน้าร้าน ต่างกันตรงที่ร้านหนังสือเดินไปดูได้ว่าเล่มไหนอยู่ตรงไหน ส่วน YouTube ไม่ได้บอกเจ้าของช่องว่าช่องของตนถูกลดการแนะนำแล้วหรือไม่

ปัญหาคือเส้นแบ่งยังไม่ชัด YouTube ไม่ได้ให้เกณฑ์เป็นตัวเลขว่าต้องแก้มากแค่ไหน และไม่ได้ประกาศวันเริ่มใช้ ส่วน Rene Ritchie ผู้ประสานงานครีเอเตอร์ของ YouTube ยกตัวอย่างในวิดีโอว่า การพากย์เล่าแค่สิ่งที่เห็นบนจอ หรือการใช้เทมเพลตแก้คลิปแบบเหมาเป็นชุด ยังไม่นับว่าเพิ่มของตัวเอง ข่าวดีคือเขาบอกว่าถ้าช่องหันมาทำงานต้นฉบับ ระบบจะประเมินการแนะนำใหม่

คนที่ได้รับผลโดยตรงคือช่องตัดคลิปและช่องรวมคลิปที่หยิบงานของคนอื่นมาลง ส่วนคนดูน่าจะได้เห็นคลิปจากเจ้าของตัวจริงมากขึ้น ประกาศนี้ไม่ได้ระบุประเทศหรือจำกัดพื้นที่ แต่ YouTube ก็ไม่ได้ยืนยันว่ามีผลในไทยแล้ว

ถ้าคุณทำช่อง Shorts ที่ใช้คลิปของคนอื่น ให้เติมเสียง ความเห็น หรือเรื่องเล่าของคุณเองลงไปก่อนโพสต์ ถ้าแค่อยากแชร์คลิปที่ชอบ ให้แชร์ผ่านโพสต์ของช่องแทนการอัปโหลดซ้ำ ส่วนการตัดคลิปจากวิดีโอยาวของตัวเอง ประกาศพูดถึงเฉพาะคลิปของครีเอเตอร์คนอื่น คำแปลประกาศ ตัวอย่างว่าแค่ไหนจึงพอ ขั้นตอนแชร์ผ่านโพสต์ และจุดที่สื่อเขียนไม่ตรงกันอยู่ด้านล่าง

ลงลึกสรุปประเด็น รายละเอียด วิธีเช็ก และบทวิเคราะห์

สรุปประเด็นสำคัญ

  • ประกาศเมื่อ 1 ต.ค. 2026: TeamYouTube โพสต์ในชุมชนช่วยเหลือ YouTube ว่ากำลังปรับระบบแนะนำ Shorts เพื่อ "ให้ความสำคัญกับเนื้อหาต้นฉบับมากขึ้น" และ "ลดการเข้าถึง" ของเนื้อหาที่อัปโหลดซ้ำจากครีเอเตอร์คนอื่นโดยไม่เพิ่มอะไรของตัวเอง
  • ดูที่ทั้งช่อง: ช่องที่ "ส่วนใหญ่" รวบรวมหรืออัปโหลดคลิปคนอื่นซ้ำโดยไม่เปลี่ยนแปลงมาก "น่าจะ" ถูกเผยแพร่ในฟีด Shorts น้อยลง ไม่ใช่การลบคลิปหรือแบนช่อง
  • ยังไม่มีเกณฑ์ชัด: ไม่มีวันเริ่มใช้ ไม่มีเกณฑ์เป็นตัวเลข ไม่มีหน้าให้เช็กว่าช่องถูกลดการแนะนำหรือไม่ และไม่ได้ระบุประเทศ
  • สิ่งที่ YouTube แนะนำ: เติมความเห็น การตัดต่อ การเล่าเรื่อง หรือมุมมองของตัวเอง ถ้าอยากแชร์คลิปคนอื่นเฉย ๆ ให้แชร์ผ่านโพสต์ของช่อง

YouTube ประกาศว่าอะไรบ้าง

ประกาศนี้ไม่ได้อยู่ในบล็อกหรือหน้านโยบาย แต่เป็นโพสต์ชื่อ "Prioritizing original content on Shorts" ในชุมชนช่วยเหลือ YouTube (YouTube Help Community) ลงชื่อ JJ (TeamYouTube) เวลาโพสต์ในหน้าเว็บตรงกับ 1 ต.ค. 2026 ราว 22:30 น. ตามเวลาไทย วันเดียวกัน Rene Ritchie ซึ่งมีตำแหน่ง Creator Liaison ของ YouTube ก็ปล่อยวิดีโอชื่อเดียวกันบนช่อง Creator Insider ส่วนเนื้อหาหลักของโพสต์มีดังนี้ (แปลโดย ReadEval)

ระบบแนะนำของเราออกแบบมาเพื่อพาผู้ชมไปพบวิดีโอที่พวกเขาเห็นว่ามีคุณค่าจริง ๆ เราประเมินสัญญาณนับพันล้านรายการ ทั้งประวัติการดู หัวข้อที่สนใจ และการมีส่วนร่วม เพื่อให้ผู้ชมได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุด >เพื่อปรับปรุงประสบการณ์ Shorts สำหรับทุกคน เรากำลังอัปเดตระบบแนะนำเพื่อให้ความสำคัญกับเนื้อหาต้นฉบับมากขึ้น และลดการเข้าถึงของเนื้อหาที่อัปโหลดซ้ำจากครีเอเตอร์คนอื่นโดยไม่ได้เพิ่มอะไรของคุณเอง ... การเปลี่ยนแปลงนี้สอดคล้องกับนโยบายที่มีอยู่แล้วของ YouTube >เน้นความเป็นต้นฉบับ: ช่องที่ถูกระบุว่าส่วนใหญ่รวบรวมหรืออัปโหลดวิดีโอของครีเอเตอร์คนอื่นซ้ำโดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ น่าจะได้รับการเผยแพร่ในฟีด Shorts น้อยลง ถ้าคุณใช้คลิปจากครีเอเตอร์คนอื่น ให้แน่ใจว่าคุณเพิ่มคุณค่าจริงผ่านความเห็นต้นฉบับ การตัดต่อที่เป็นเอกลักษณ์ หรือการเล่าเรื่องของคุณเอง >ใส่มุมมองของคุณเอง: แทนที่จะแก้ทางเทคนิคเล็กน้อยหรือแก้ตามเทมเพลตเพียงเพื่อให้วิดีโอดูต่างไป ให้เน้นใส่น้ำเสียง การเล่าเรื่อง หรือมุมมองที่เป็นของคุณเอง

คำว่า "นโยบายที่มีอยู่แล้ว" ในโพสต์ลิงก์ไปที่นโยบายสแปม (Spam Policy) ของ YouTube ซึ่งมีข้อห้ามเรื่อง "เนื้อหาที่ดูดมา" (scraped content) คือ การโพสต์ซ้ำเนื้อหาจากเว็บหรือแพลตฟอร์มอื่น หรือวิดีโออื่น "โดยไม่เพิ่มอะไรของคุณเอง เช่น ความเห็นต้นฉบับ คุณค่าทางการศึกษา หรือการตัดต่อที่เป็นเอกลักษณ์" ตัวอย่างที่นโยบายยกไว้คือช่องที่เอาคลิปยอดนิยมมาอัปโหลดซ้ำทั้งคลิป โดยไม่มีการตัดต่อแปลงใหม่ การรีแอ็กต์ หรือการอธิบาย

วันรุ่งขึ้น (2 ต.ค. 2026 ตามเวลาในหน้าเว็บ) Faisal จาก TeamYouTube โพสต์ข้อความเดียวกันเป็นภาษาอินโดนีเซียในชุมชนช่วยเหลือภาษาอินโดนีเซีย

แค่ไหนถึงนับว่า "เพิ่มของตัวเอง"

YouTube ไม่ได้ให้เกณฑ์เป็นตัวเลข เช่น ต้องตัดต่อกี่วินาที หรือต้องมีเสียงพูดของตัวเองกี่เปอร์เซ็นต์ ReadEval รวบรวมตัวอย่างจากถ้อยคำของ YouTube เองไว้ในภาพด้านล่าง

ตารางเทียบสิ่งที่ YouTube บอกว่ายังไม่นับว่าเพิ่มของตัวเอง กับสิ่งที่ช่วยให้คลิป Shorts นับเป็นงานต้นฉบับ

ส่วนที่ชัดที่สุดมาจากวิดีโอของ Ritchie ตามที่ Search Engine Journal (SEJ) ถอดความไว้ เขาบอกว่าครีเอเตอร์ต้องเพิ่มคุณค่าของตัวเอง "ไม่ใช่แค่พากย์บรรยายสิ่งที่เกิดขึ้นบนจอ การแก้ทางเทคนิคเล็กน้อย หรือการแก้แบบเหมาเป็นชุดด้วยเทมเพลต" และให้ใส่ความเห็น การวิเคราะห์ และการเล่าเรื่องของตัวเองแทน สำหรับคนที่อยากแชร์วิดีโอของคนอื่น เขาแนะนำให้แชร์ผ่านแท็บโพสต์ (Posts) ของช่อง เพื่อให้ผู้ชมไปดูคลิปต้นฉบับ และบอกว่า "ถ้าช่องของคุณเคยรวบรวมหรืออัปโหลดซ้ำ แล้วหันมาทำเนื้อหาต้นฉบับ" ระบบแนะนำ "จะประเมินการเข้าถึงใหม่" แต่ไม่ได้บอกว่าใช้เวลานานเท่าใด

หน้านโยบายการสร้างรายได้ของ YouTube มีตัวอย่างที่ช่วยเทียบได้อีก ฝั่งที่ทำได้ เช่น ใช้คลิปประกอบการรีวิวเชิงวิจารณ์ รีแอ็กต์โดยพูดถึงคลิปต้นฉบับ และ "การตัดต่อเนื้อหาที่รีมิกซ์ใน Shorts" ฝั่งที่ไม่ได้ เช่น ตัดฉากจากรายการที่ชอบมาต่อกันโดยแทบไม่มีเรื่องเล่า หรือดาวน์โหลดเนื้อหาจากแหล่งอื่นมาโดยไม่ดัดแปลงอย่างมีสาระ หลักที่หน้านั้นใช้คือผู้ชม "ต้องบอกได้ว่าวิดีโอของคุณต่างจากต้นฉบับอย่างมีความหมาย"

ReadEval ยังหาคำตอบไม่ได้ใน 2 กรณี

  • ได้รับอนุญาตจากเจ้าของคลิปแล้ว: ประกาศเรื่องระบบแนะนำไม่ได้พูดถึงการขออนุญาตเลย ส่วนนโยบายเนื้อหาที่นำมาใช้ซ้ำ (reused content) ในฝั่งรายได้เขียนไว้ว่า "นโยบายนี้มีผลแม้คุณได้รับอนุญาตจากครีเอเตอร์ต้นฉบับ" เรื่องนี้เกี่ยวกับช่องตัดคลิปที่สตรีมเมอร์จ้างเอง ซึ่ง Dexerto รายงานว่ามีสตรีมเมอร์บางคนอ้างว่าจ่ายเงินให้ทีมตัดคลิปหลักล้านดอลลาร์
  • คลิปจากเครื่องมือ AI ของ YouTube เอง: 9to5Google ตั้งคำถามว่า Reimagine เครื่องมือรีมิกซ์ด้วย AI ที่ YouTube เปิดเมื่อ 18 มี.ค. 2026 จะโดนด้วยหรือไม่ เครื่องมือนี้เปลี่ยนภาพนิ่งหนึ่งเฟรมจาก Short ของคนอื่นเป็นคลิปใหม่ยาว 8 วินาที และลิงก์กลับไปที่คลิปต้นฉบับทุกครั้ง YouTube ยังไม่ได้ตอบเรื่องนี้

มีผลเมื่อไร และคนไทยโดนด้วยไหม

วันเริ่ม: โพสต์ใช้คำว่า "เรากำลังอัปเดต" โดยไม่ระบุวัน SEJ ระบุว่าวิดีโอของ Ritchie ก็ไม่มีวันเริ่ม ส่วน 9to5Google ประเมินว่า "อาจมีผลแล้ว" ซึ่งเป็นการคาดของสื่อ ไม่ใช่คำยืนยันจาก YouTube

ประเทศ: โพสต์ภาษาอังกฤษไม่ได้ระบุประเทศหรือจำกัดพื้นที่ใดเลย และ YouTube ลงฉบับแปลภาษาอินโดนีเซียด้วย เมื่อ ReadEval เปิดหน้ารวมประกาศของชุมชนช่วยเหลือ YouTube ด้วยการตั้งค่าภาษาไทย ก็เห็นโพสต์ภาษาอังกฤษนี้อยู่ในรายการประกาศ PPC Land เขียนว่าการเปลี่ยนแปลงนี้มีผลกับฟีด Shorts "ทั่วโลก" แต่เป็นการตีความของสื่อ ReadEval จึงสรุปได้เพียงว่าไม่มีอะไรในประกาศที่ยกเว้นไทย แต่ YouTube ยังไม่ได้ยืนยันว่ามีผลในไทยแล้ว และยังไม่พบประกาศฉบับภาษาไทย

ช่องของฉันถูกลดการแนะนำแล้วหรือยัง

ตอนนี้ยังไม่มีทางรู้แน่ SEJ ระบุว่าวิดีโอของ Ritchie ไม่ได้บอกว่าช่องจะเช็กได้ที่ไหนว่าถูกลดการเข้าถึงหรือไม่ และ PPC Land ชี้ว่าการปรับการแนะนำครั้งนี้ไม่มีอีเมล คำเตือน หรือการตัดสิทธิ์ (strike) แบบที่ใช้กับการทำผิดนโยบาย ช่องจึงอาจถูกจัดกลุ่มโดยไม่ได้รับแจ้ง

ต่างจาก Instagram ที่ประกาศเมื่อ 30 เม.ย. 2026 ว่าบัญชีที่ส่วนใหญ่โพสต์ซ้ำงานของคนอื่นจะไม่ถูกแนะนำ แต่ให้เจ้าของบัญชีเช็กสถานะได้ที่ Account Status ยื่นอุทธรณ์ได้ และกลับมาถูกแนะนำได้เมื่อโพสต์ส่วนใหญ่ในช่วง 30 วันล่าสุดเป็นงานต้นฉบับ

เรื่องนี้เกี่ยวกับรายได้ไหม

ประกาศครั้งนี้พูดถึงการแนะนำในฟีด Shorts เท่านั้น SEJ ระบุว่าวิดีโอของ Ritchie ไม่ได้พูดถึงการสร้างรายได้ แต่กฎฝั่งรายได้มีอยู่ก่อนแล้วและยังใช้อยู่

  • นโยบายการสร้างรายได้ของช่อง (YouTube Partner Program): เนื้อหาที่นำมาใช้ซ้ำ (reused content) ต้องเปลี่ยนแปลงให้ต่างจากต้นฉบับอย่างมีความหมายจึงจะใช้สร้างรายได้ และกฎนี้ใช้กับ Shorts ด้วย หน้านี้บันทึกไว้ว่าเมื่อ 15 ก.ค. 2025 YouTube เปลี่ยนชื่อนโยบาย "เนื้อหาซ้ำซาก" (repetitious content) เป็น "เนื้อหาไม่จริงแท้" (inauthentic content) ซึ่ง SEJ รายงานว่าครั้งนั้น Ritchie อธิบายว่ากฎเรื่องคลิป การรวมคลิป และการรีแอ็กต์ไม่ได้เปลี่ยน
  • นโยบายสแปม: ถ้าเนื้อหาผิดนโยบาย YouTube "อาจระงับการสร้างรายได้ หรือปิดช่องหรือบัญชี" บางกรณีลบเนื้อหาแล้วให้คำเตือนหรือ strike โดยแจ้งทางอีเมล และถ้าได้ strike ครบ 3 ครั้งใน 90 วัน ช่องอาจถูกปิด

พูดง่าย ๆ คือการถูกลดการแนะนำครั้งนี้เป็นด่านที่เพิ่มขึ้นมาอีกชั้น ช่องที่ยังมีสิทธิ์สร้างรายได้ก็อาจถูกแนะนำน้อยลง ส่วนช่องที่ผิดนโยบายสแปมหรือนโยบายรายได้ก็ยังโดนตามกฎเดิม

ถ้าอยากแชร์คลิปคนอื่น ทำอย่างไร

Ritchie แนะนำให้แชร์ผ่านโพสต์ของช่องแทนการอัปโหลดซ้ำ ขั้นตอนบนคอมพิวเตอร์ตามหน้าช่วยเหลือ "Create a post" ของ YouTube มีดังนี้

  1. ลงชื่อเข้าใช้ YouTube
  2. ที่ด้านบนของหน้า เลือก Create แล้วเลือก Create post
  3. ในกล่องด้านบน เลือกไอคอนวิดีโอจากเมนูด้านล่างของกล่อง แล้วเลือกวิธีแนบวิดีโอ ได้แก่ ค้นหาวิดีโอ YouTube (Search for a YouTube video), วางลิงก์วิดีโอ YouTube (Paste in a YouTube video URL) หรือเลือกวิดีโอจากช่องของคุณ
  4. เลือก Post

หน้าช่วยเหลือระบุว่าเมื่อคุณแชร์วิดีโอของครีเอเตอร์คนอื่น เจ้าของวิดีโออาจได้รับการแจ้งเตือน และโพสต์ที่แชร์วิดีโอซึ่งอยู่ในฟีด Subscriptions หรือหน้าแรกของผู้ชมอยู่แล้วอาจไม่แสดงซ้ำ ส่วนแอปบน Android และ iPhone มีหน้าช่วยเหลือแยกต่างหาก ฟีเจอร์โพสต์ใช้ไม่ได้กับบัญชีที่อยู่ภายใต้การดูแล (supervised account) และช่องที่ตั้งเป็น "สร้างมาเพื่อเด็ก" (Made for Kids)

สื่อรายงานไม่ตรงกันตรงไหน

ประเด็นสื่อรายงานต้นทางบอกว่า
ประกาศอยู่ที่ไหนAndroid Authority เรียกว่า "บล็อกโพสต์"เป็นโพสต์ในชุมชนช่วยเหลือ YouTube ไม่ใช่บล็อกทางการหรือหน้านโยบาย
อ้างนโยบายไหนSocial Media Today อ้างนโยบายสแปม ส่วน SEJ อ้างนโยบายการสร้างรายได้ลิงก์ในโพสต์ชี้ไปที่นโยบายสแปม (Spam Policy)
วันที่9to5Google และ Android Authority ลงข่าว 2 ต.ค. 2026โพสต์ลงเมื่อ 1 ต.ค. 2026 ตามเวลาในหน้าเว็บ
มีผลแล้วหรือยัง9to5Google ว่า "อาจมีผลแล้ว" SEJ ว่าไม่มีวันเริ่มไม่ได้ระบุวัน
ตัดคลิปจากวิดีโอของตัวเองAndroid Authority ว่า "ไม่น่าได้รับผล"ถ้อยคำพูดถึงเฉพาะวิดีโอของ "ครีเอเตอร์คนอื่น" แต่ไม่ได้ยกเว้นไว้ตรง ๆ
ตัวอย่าง MrBeastAndroid Authority ยกตัวอย่างช่องที่ตัดคลิปของ MrBeastเป็นตัวอย่างของผู้เขียน ไม่ได้อยู่ในประกาศของ YouTube

คำพูดของ Ritchie ในข่าวนี้ ReadEval อ้างตามที่ SEJ ถอดความ เพราะเปิดดูคำบรรยายของวิดีโอโดยตรงไม่ได้ แต่ยืนยันได้ว่าวิดีโอชื่อ "Prioritizing Original Content on Shorts" ของช่อง Creator Insider มีอยู่จริง

ไม่ใช่แพลตฟอร์มแรกที่ทำแบบนี้

  • Facebook (14 ก.ค. 2025): บัญชีที่โพสต์เนื้อหาของคนอื่นซ้ำหลายครั้งจะเสียสิทธิ์โปรแกรมสร้างรายได้ไประยะหนึ่ง และถูกลดการเผยแพร่ "ทุกอย่างที่แชร์" ส่วนวิดีโอที่ซ้ำกันจะถูกลดการเผยแพร่ของสำเนา เพื่อให้คลิปต้นฉบับถูกเห็นมากขึ้น
  • Instagram (30 เม.ย. 2026): ขยายกฎความเป็นต้นฉบับจาก Reels ไปถึงรูปและโพสต์แบบหลายภาพ บัญชีที่ส่วนใหญ่โพสต์งานของคนอื่นจะไม่ถูกแนะนำ Instagram ระบุว่าตอนนี้การแนะนำในสหรัฐฯ ราว 75% มาจากโพสต์ต้นฉบับ

YouTube จึงตามมาเป็นรายล่าสุด ต่างกันตรงที่ Facebook และ Instagram ประกาศผ่านบล็อกทางการ พร้อมบอกเงื่อนไขการกลับมาและที่เช็กสถานะ ส่วน YouTube ยังไม่บอกทั้งสองอย่าง

บทวิเคราะห์จาก ReadEval

Ade · โต๊ะแอปและแพลตฟอร์ม

ทิศทางชัดแล้วว่า YouTube จะไม่ช่วยดันช่องที่เอางานคนอื่นมาลงซ้ำ แต่กติกายังเขียนเป็นคำแนะนำ ไม่ใช่เกณฑ์ที่วัดได้

สำหรับคนดู การเปลี่ยนแปลงนี้น่าจะเป็นข่าวดี เพราะฟีดที่เต็มไปด้วยฉากเดียวกันจากหลายช่องทำให้ทั้งคนดูเบื่อและเจ้าของงานเสียยอดวิว ขนาดของ Shorts ทำให้เรื่องนี้ไม่เล็ก TheWrap รายงานว่า Neal Mohan ซีอีโอ YouTube บอกเมื่อมิถุนายน 2025 ว่า Shorts มียอดดูเฉลี่ยวันละ 200,000 ล้านครั้ง แม้ตัวเลขนี้นับตามวิธีใหม่ที่ YouTube เริ่มใช้กับ Shorts ในปี 2025 ซึ่งนับวิวทันทีที่คลิปเริ่มเล่นก็ตาม

สำหรับครีเอเตอร์ ReadEval มองว่าจุดอ่อนอยู่ที่ความโปร่งใส YouTube บอกว่าช่องจะถูกประเมินใหม่ถ้าเปลี่ยนแนว แต่ไม่บอกว่าช่องถูกจัดกลุ่มไว้แล้วหรือยัง ไม่บอกว่าต้องรอนานแค่ไหน และไม่มีช่องทางอุทธรณ์แบบที่ Instagram มี ช่องที่ยอดวิวตกจึงแยกไม่ออกว่าเป็นผลของกฎนี้หรือแค่คลิปไม่ถูกใจคนดู ทางที่ปลอดภัยที่สุดตอนนี้คือทำให้คนดูเห็นชัดว่าคลิปของคุณมีอะไรที่ต้นฉบับไม่มี เช่น เสียง ความเห็น หรือเรื่องเล่าของคุณเอง และใช้โพสต์ของช่องเมื่อแค่อยากแชร์งานที่ชอบ

แหล่งที่มา

  1. YouTube Help Community: Prioritizing original content on Shorts (JJ, TeamYouTube, 1 ต.ค. 2026)
  2. YouTube Help Community (ภาษาอินโดนีเซีย): Memprioritaskan konten orisinal di Shorts (Faisal, TeamYouTube)
  3. YouTube Help Community: รายการประกาศ เมื่อเปิดด้วยการตั้งค่าภาษาไทย
  4. Creator Insider: Prioritizing Original Content on Shorts (วิดีโอ)
  5. YouTube Help: Spam Policy (Scraped content)
  6. YouTube Help: YouTube channel monetization policies (Reused content)
  7. YouTube Help: Create a post
  8. YouTube Help: Learn about posts
  9. YouTube Official Blog: Reimagine, a new AI-powered remix tool for YouTube Shorts (18 มี.ค. 2026)
  10. 9to5Google: YouTube says Shorts recommendations won't surface unoriginal content
  11. Search Engine Journal: รายงานวิดีโอ Creator Insider เรื่อง Shorts ต้นฉบับกับคลิปที่โพสต์ซ้ำ (1 ต.ค. 2026)
  12. Social Media Today: YouTube updates Shorts algorithm to put more focus on original content
  13. Android Authority: YouTube is cleaning up one of the worst parts of Shorts
  14. PPC Land: Re-uploaded Shorts lose reach as YouTube favours original clips
  15. Dexerto: YouTube cracks down on clipping channels in Shorts update prioritizing original content
  16. Instagram Creators: Rewarding original creators on Instagram (30 เม.ย. 2026)
  17. Facebook Creators: Combating unoriginal content (14 ก.ค. 2025)
  18. TheWrap: YouTube Shorts now averages 200 billion daily views (มิ.ย. 2025)
  19. YouTube Help Community: An update to how we count public views across YouTube
  20. Wikimedia Commons: YouTube Shorts icon