มิจฉาชีพปลอมเป็น Jon Bon Jovi ส่งคลิปทำท่าตามสั่ง หลอกแฟนเพลงเสียกว่า 10,000 ดอลลาร์
บัญชีปลอม Bon Jovi ทักแฟนเพลงหลังคอมเมนต์ใน Instagram ส่งคลิปที่สื่อระบุว่าใช้ AI ทำท่าตามสั่ง แล้วเรียกเงินกว่า 10,000 ดอลลาร์ สัญญาณเตือนมีตั้งแต่ข้อความแรก
สารบัญ (12 หัวข้อ)
- สรุปประเด็นสำคัญ
- เรื่องดำเนินไปอย่างไร
- คลิปเป็น AI จริงไหม
- จับคนร้ายได้หรือยัง
- สัญญาณเตือนที่เห็นได้ก่อนคลิปแรก
- วิธีเช็กว่าเป็นบัญชี Instagram จริงของคนดัง
- วิธีรายงานบัญชีปลอมบน Instagram
- ถ้าโอนเงินไปแล้ว ทำอะไรได้บ้าง
- เรื่องแบบนี้เกิดในไทยได้ไหม
- Meta ทำอะไรกับบัญชีปลอมเป็นคนดัง
- แหล่งข่าวต่างกันตรงไหน
- บทวิเคราะห์จาก ReadEval
"ดึงหูขวา เหล่ตา แล้วแลบลิ้นให้ดูหน่อย" คือคำขอที่ Leslie Pickett แฟนเพลงจากรัฐลุยเซียนา สหรัฐฯ ส่งไปให้ชายที่อ้างว่าเป็น Jon Bon Jovi นักร้องนำวง Bon Jovi เพื่อพิสูจน์ว่าเป็นตัวจริง ภายในราว 5 นาที คลิปที่ทำตามทุกท่าก็ส่งกลับมา แถมเรียกชื่อเธอด้วย เธอเล่าว่าคลิปพวกนี้ทำให้เชื่อมากกว่าอะไรทั้งหมด แต่คนในคลิปไม่ใช่ Bon Jovi
เรื่องเริ่มเมื่อปลายปี 2024 เธอคอมเมนต์ใต้โพสต์ในบัญชี Instagram จริงของ Bon Jovi ซึ่งมีเครื่องหมายยืนยัน (ติ๊กสีฟ้า) ไม่นานก็มีบัญชีที่ใช้รูปเขาแต่ไม่มีเครื่องหมายนั้นทักมา อ้างว่าเป็นบัญชีลับที่ฝ่ายจัดการไม่รู้ และชวนย้ายไปคุยในแอปแชตอื่น จากนั้นก็ส่งข้อความทั้งวันทั้งคืน บอกรัก และส่งดอกไม้ถึงบ้าน เรื่องนี้อยู่ในสารคดี Super Scam Me ของ National Geographic และมีรายงานใน Fox News, Business Insider และ IBTimes UK
ผ่านไปราว 7 เดือน "Bon Jovi" จึงเริ่มขอเงิน ทั้งค่าบัตรพบศิลปินและ "ค่าตรวจความปลอดภัย" ที่จ่ายเป็นบิตคอยน์ รวมแล้วเธอเสียไปกว่า 10,000 ดอลลาร์ จนค้างจ่ายบิลและบ้านเกือบถูกยึด ทีมสารคดีของนักข่าว Mariana van Zeller ตามที่อยู่ IP ของคนร้ายไปถึงบ้านหลังหนึ่งในลากอส ไนจีเรีย แต่ยังไม่มีรายงานการจับกุมในคดีนี้
การขอให้ทำท่าแปลก ๆ เคยใช้จับคนปลอมได้ คล้ายการส่องธนบัตรหาลายน้ำ ซึ่งใช้ได้จนกว่าคนปลอมจะพิมพ์ลายน้ำได้เอง van Zeller บอกว่าคลิปที่เธอดู "ดูเป็นมืออาชีพ น่าเชื่อ" ไม่เพี้ยนเหมือนคลิปปลอมด้วย AI (ดีปเฟก) รุ่นก่อน แม้ยังไม่มีผลตรวจทางเทคนิคเผยแพร่ แต่ต่างจากธนบัตรตรงที่จุดซึ่งปลอมยากที่สุดไม่ได้อยู่ในคลิป แต่อยู่ที่ช่องทางที่ติดต่อมา
ข่าวดีคือสัญญาณเตือนโผล่มาตั้งแต่ข้อความแรก คือบัญชีไม่มีเครื่องหมายยืนยันที่ทักมาหลังคุณคอมเมนต์ และการชวนย้ายไปคุยแอปอื่น ตามด้วยการขอเงินหรือคริปโต ตัวแทนของ Bon Jovi ย้ำกับ Business Insider ว่าศิลปิน "จะไม่ขอเงินทางโซเชียลมีเดีย" ถ้าคุณหรือคนในบ้านได้ข้อความจาก "คนดัง" ให้เล่าให้คนใกล้ตัวฟังก่อนโอนเงินทุกครั้ง วิธีเช็กบัญชีคนดัง วิธีรายงานบัญชีปลอม และช่องทางแจ้งความในไทยอยู่ด้านล่าง
สรุปประเด็นสำคัญ
- เกิดอะไรขึ้น: มิจฉาชีพปลอมเป็น Jon Bon Jovi ทักแฟนเพลงชาวลุยเซียนาหลังเธอคอมเมนต์ใต้โพสต์ใน Instagram คุยกันราว 10 เดือน แล้วเรียกเงินรวมกว่า 10,000 ดอลลาร์ผ่านแอปโอนเงินและบิตคอยน์
- คลิปทำท่าตามสั่ง: ผู้เสียหายขอให้ทำท่าเฉพาะเพื่อพิสูจน์ตัวตน และได้คลิปกลับมาในราว 5 นาที สื่อและทีมสารคดีระบุว่าเป็นคลิปที่ใช้ AI แต่ยังไม่มีผลพิสูจน์ทางเทคนิคเผยแพร่
- ตามรอยถึงไนจีเรีย แต่ยังไม่มีใครถูกจับในคดีนี้: ทีมสารคดี Super Scam Me ตามที่อยู่ IP ไปถึงบ้านหลังหนึ่งในลากอส ส่วนการจับกุม 3 คนในลากอสที่ตำรวจไนจีเรียแถลงเมื่อ 24 ต.ค. 2026 ไม่มีแหล่งใดเชื่อมโยงกับคดีนี้
- ตัวแทนศิลปินและ Meta พูดว่าอะไร: ตัวแทนของ Bon Jovi บอก Business Insider ว่าศิลปินจะไม่ขอเงินทางโซเชียลมีเดีย ส่วน Meta ยังไม่มีความเห็นต่อคดีนี้ในแหล่งข่าวที่ ReadEval พบ แต่เคยอธิบายรูปแบบสแกมปลอมเป็นคนดังที่ตรงกับเรื่องนี้
เรื่องดำเนินไปอย่างไร

ข้อมูลทั้งหมดในส่วนนี้มาจากคำบอกเล่าของ Pickett ที่ Business Insider, Fox News และ IBTimes UK รายงาน ไม่ใช่เอกสารของตำรวจหรือศาล
- การทักครั้งแรก: ราว 5 นาทีหลังเธอคอมเมนต์ใต้โพสต์ในบัญชีจริง บัญชีที่ใช้รูปของ Bon Jovi ก็ทักมา ถามว่าเป็นแฟนเพลงมานานแค่ไหนและชอบเพลงอะไร
- เรื่องเล่าบัญชีลับ: บัญชีนั้นอ้างว่า Bon Jovi อยากใกล้ชิดแฟนเพลงมากขึ้น แต่ถ้าฝ่ายจัดการรู้จะสั่งปิดบัญชี จึงชวนไปคุยใน WhatsApp หรือ Telegram ต่อมายังอ้างเท็จว่าเขากับภรรยายื่นหย่ากันอย่างลับ ๆ
- การสร้างความเชื่อใจ: ส่งข้อความหลายครั้งต่อวัน บอกรัก ส่งดอกไม้ถึงบ้าน ส่งคลิปที่เรียกชื่อเธอ และมีวิดีโอคอลสด ซึ่ง Pickett เล่ากับ Business Insider ว่าภาพแตก เขาอยู่ไกลกล้อง และสายตัดไปหลังราว 5 วินาที
- การขอเงิน: เริ่มจากค่าบัตรพบศิลปิน (meet-and-greet) หลังคอนเสิร์ตที่แนชวิลล์ ราว 3,000 ดอลลาร์ ทยอยจ่ายครั้งละ 150–1,000 ดอลลาร์ผ่าน Cash App หรือ PayPal เดือนกรกฎาคม 2025 เขาอ้างว่าบินมาลุยเซียนา ส่งรูปโรงแรมที่เธอจำได้ แล้วขอ "ค่าตรวจความปลอดภัย" ผ่าน Google Chat ก่อนสายจะตัด แล้วกล่าวหาว่าเธอพยายามบันทึกการคอลไว้แบล็กเมล และขอบิตคอยน์ก้อนใหญ่กว่าเดิม
- ความเสียหาย: ตำรวจช่วยเธอคำนวณยอดรวมได้ราว 10,000 ดอลลาร์ (Fox News เขียนว่า "กว่า 10,000 ดอลลาร์") เธอค้างชำระบิล บ้านเกือบถูกยึด และปัจจุบันทำงานเต็มเวลาเพื่อใช้หนี้
คลิปเป็น AI จริงไหม
คำตอบที่ตรงที่สุดคือ "น่าจะใช่ แต่ยังไม่มีใครพิสูจน์ให้เห็น" สิ่งที่แหล่งข่าวบอกมีดังนี้
- Fox News เขียนว่า Pickett ไม่รู้ว่าคนร้ายใช้ AI แบบสร้างเนื้อหา (generative AI) และอ้าง van Zeller ว่าคลิปที่เธอดู "ดูเป็นมืออาชีพ น่าเชื่อ" ไม่เหมือนดีปเฟกรุ่นเก่าที่ภาพเพี้ยนให้เห็น
- Pulse Nigeria ใช้คำว่าคลิปส่วนตัวเหล่านี้ "มีรายงานว่า" สร้างด้วย AI
- ไม่มีแหล่งใด เผยแพร่ผลตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ดิจิทัล หรือระบุว่าคลิปทำด้วยเครื่องมืออะไร ReadEval จึงเรียกว่า "คลิปที่ทีมสารคดีและสื่อระบุว่าใช้ AI" ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้ว
ภาพรวมที่ยืนยันได้มากกว่าคือ FBI ผ่านศูนย์รับแจ้งอาชญากรรมอินเทอร์เน็ต (IC3) เตือนในประกาศ I-072026-PSA เมื่อ 20 ก.ค. 2026 ว่า "มิจฉาชีพใช้วิดีโอที่สร้างด้วย AI เพื่อสร้างภาพบุคคลสาธารณะที่น่าเชื่อถือ" และสร้างวิดีโอสำหรับวิดีโอคอลสด โดยอ้างเป็นผู้บริหารบริษัท เจ้าหน้าที่ หรือผู้มีอำนาจ ทั้งนี้ประกาศฉบับนั้นพูดถึงมิจฉาชีพที่ปลอมเป็นเจ้าหน้าที่ FBI เป็นหลัก ไม่ได้พูดถึงคดีนี้โดยตรง
ส่วนบทเรียนสำหรับผู้อ่านไม่ได้ขึ้นกับว่าคลิปทำด้วยอะไร ถ้าการขอให้ทำท่าแปลก ๆ ยังหลอกได้ ก็แปลว่าการดูคลิปอย่างเดียวไม่พอจะพิสูจน์ตัวตนอีกต่อไป
จับคนร้ายได้หรือยัง
ยังไม่ได้ ตามข้อมูลที่ ReadEval ตรวจได้ ณ 26 ต.ค. 2026
- ร่องรอยที่ลากอส: ราวเดือนตุลาคม 2025 ทีมสารคดีกับ Arman Sadri อดีตแฮกเกอร์ที่ผันตัวมาเป็นผู้เชี่ยวชาญความปลอดภัย วางกับดักจนคนร้ายเผยที่อยู่ IP ที่ชี้ไปยังลากอส แล้วใช้ Google Earth ระบุบ้านหลังที่เชื่อว่าคนร้ายส่งข้อความออกมา Pulse Nigeria ระบุว่ายังไม่มีการระบุชื่อหรือจับกุมผู้ต้องสงสัยในคดีนี้ และ Fox News ไม่ได้พูดถึงการจับกุม
- ตำรวจในสหรัฐฯ: Pickett เล่ากับ ABC7 ว่าตำรวจท้องถิ่นและ FBI บอกเธอว่าคนร้ายอยู่นอกเขตอำนาจของพวกเขา
- การจับกุมในลากอสที่ไม่เกี่ยวกัน: ศูนย์อาชญากรรมไซเบอร์แห่งชาติของตำรวจไนจีเรีย (NPF-NCCC) แถลงเมื่อ 24 ต.ค. 2026 ว่าจับผู้ต้องสงสัย 3 คนในย่านเลกกี ลากอส เมื่อ 14 ต.ค. ในคดีที่กล่าวหาว่าแอบอ้างเป็นบุคคลมีชื่อเสียง โดยตำรวจระบุว่าหนึ่งในนั้นใช้การโคลนเสียงด้วย AI และดีปเฟก Pulse Nigeria รายงานเรื่องนี้ไว้ในข่าวเดียวกับคดี Bon Jovi แต่ไม่ได้ระบุว่าเป็นคดีเดียวกัน และ Crime Fighters ซึ่งรายงานคำแถลงเดียวกันระบุว่าคนดังที่ถูกแอบอ้างคือ Elon Musk ไม่มีการเอ่ยถึง Bon Jovi ReadEval จึงไม่เชื่อมโยงสองเรื่องนี้
สัญญาณเตือนที่เห็นได้ก่อนคลิปแรก
เรื่องของ Pickett ตรงกับรูปแบบที่ Meta อธิบายไว้ในโพสต์เตือนภัยสแกมหลอกให้รัก (กุมภาพันธ์ 2025): มิจฉาชีพปลอมเป็นคนดังบน Facebook, Instagram และแพลตฟอร์มอื่น โพสต์หรือคอมเมนต์ในกลุ่มแฟนคลับ เมื่อมีคนตอบก็ชวนไปคุยใน WhatsApp, Signal, Telegram หรือ Zangi แล้วขอเงินผ่านการโอน คริปโต หรือบัตรของขวัญ อ้างว่าจะซื้อของขวัญหรือช่วยคนดังพ้นปัญหาการเงิน
| สัญญาณ | ในเรื่องนี้ | ทำไมต้องระวัง |
|---|---|---|
| บัญชีที่ไม่มีเครื่องหมายยืนยันทักมาหลังคุณคอมเมนต์ | ทักมาภายในราว 5 นาที | บัญชีที่ทักมาไม่ใช่บัญชีที่ Instagram ยืนยัน จึงไม่มีอะไรรับรองว่าเป็นตัวจริง |
| เรื่องเล่า "บัญชีลับ" ที่ห้ามคนอื่นรู้ | อ้างว่าฝ่ายจัดการจะสั่งปิดบัญชี | ReadEval ประเมินว่าเรื่องเล่านี้ทำให้เหยื่อเก็บเป็นความลับ และตัดโอกาสที่คนรอบตัวจะช่วยเตือน |
| ขอย้ายไปคุยแอปอื่น | ชวนไป WhatsApp หรือ Telegram | FTC ระบุว่าการรีบชวนออกจากแพลตฟอร์มเป็นสัญญาณของสแกมหลอกให้รัก |
| เจอตัวหรือคุยสดไม่ได้จริง | วิดีโอคอลภาพแตก สายตัดหลังไม่กี่วินาที | FTC ระบุว่ามิจฉาชีพมักอ้างว่าเจอตัวไม่ได้ |
| ขอเงิน คริปโต หรือ "ค่าธรรมเนียม" | ค่าพบศิลปิน ค่าตรวจความปลอดภัย จ่ายเป็นบิตคอยน์ | ตัวแทนของ Bon Jovi ยืนยันว่าศิลปินไม่ขอเงินทางโซเชียลมีเดีย และ FTC ระบุว่าเงินที่จ่ายด้วยคริปโตหรือแอปโอนเงินตามคืนได้ยาก |
FTC แนะนำเพิ่มว่า อย่าส่งเงินหรือของขวัญให้คนที่ยังไม่เคยเจอตัวจริง ให้ปรึกษาเพื่อนหรือครอบครัวที่ไว้ใจ และลองค้นหาภาพย้อนกลับ (reverse image search) จากรูปโปรไฟล์ ส่วน Pickett เล่าว่าญาติของเธอเคยเตือนว่าเรื่องนี้เป็นแค่ความฝัน แต่ตอนนั้นเธอไม่ฟัง
วิธีเช็กว่าเป็นบัญชี Instagram จริงของคนดัง
- เข้าไปที่บัญชีของคนดังเอง โดยค้นชื่อในแอปหรือกดลิงก์จากเว็บไซต์ทางการของศิลปิน อย่าเริ่มจากบัญชีที่ทักมาหาคุณ
- ดูเครื่องหมายยืนยัน (verified badge) ข้างชื่อ หน้าช่วยเหลือของ Instagram ระบุว่าเครื่องหมายนี้แปลว่า Instagram ยืนยันแล้วว่าบัญชีเป็นตัวตนจริงของบุคคลหรือแบรนด์นั้น และย้ายไปบัญชีอื่นไม่ได้ ถ้าบัญชีที่ทักคุณไม่ใช่บัญชีเดียวกับบัญชีที่มีเครื่องหมาย ให้ถือว่าไม่ใช่คนดังคนนั้น
- อย่าใช้เครื่องหมายเป็นเงื่อนไขเดียว Instagram ระบุว่าคนดังบางคนไม่มีเครื่องหมายยืนยัน และบางบัญชีได้เครื่องหมายจากการสมัคร Meta Verified แบบเสียเงิน
- เปิดดู About this account (เกี่ยวกับบัญชีนี้) ผู้ใช้ที่ล็อกอินแล้วดูได้ว่าบัญชีสร้างเมื่อไร เปลี่ยนชื่อผู้ใช้มาแล้วกี่ครั้ง และสำหรับบางบัญชีจะเห็นประเทศที่บัญชีนั้นใช้งานอยู่ บัญชีที่อ้างเป็นนักร้องดังแต่เพิ่งสร้างไม่นาน เปลี่ยนชื่อมาหลายครั้ง หรือใช้งานจากประเทศที่ไม่เกี่ยวข้อง เป็นสัญญาณให้ระวัง (ตำแหน่งเมนูอาจต่างกันตามเวอร์ชันแอป)
- จำไว้ว่าคลิปไม่ใช่หลักฐาน คลิปที่เรียกชื่อคุณหรือทำท่าตามที่ขอไม่ได้พิสูจน์ว่าเป็นตัวจริง
วิธีรายงานบัญชีปลอมบน Instagram
ตามหน้าช่วยเหลือของ Instagram คุณรายงานบัญชีที่แอบอ้างเป็นคนดังหรือบุคคลสาธารณะได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นเจ้าของชื่อเอง
- แตะชื่อผู้ใช้ของบัญชีนั้นจากโพสต์หรือสตอรี หรือค้นชื่อเพื่อไปที่หน้าโปรไฟล์
- แตะไอคอนตัวเลือก (Options) ข้างชื่อผู้ใช้
- แตะ Report แล้วแตะ Report Account
- แตะ It's pretending to be someone else (บัญชีนี้แอบอ้างเป็นคนอื่น)
- เลือกประเภทการแอบอ้าง แล้วทำตามขั้นตอนบนหน้าจอ
Instagram ระบุว่าการรายงานเป็นความลับ บัญชีที่ถูกรายงานจะไม่เห็นว่าใครรายงาน ชื่อเมนูในแอปภาษาไทยอาจต่างจากนี้เล็กน้อย
ถ้าโอนเงินไปแล้ว ทำอะไรได้บ้าง
ในไทย
- หยุดติดต่อกับบัญชีนั้น และอย่าโอนเงินเพิ่มไม่ว่าจะอ้างเหตุผลอะไร
- แจ้งธนาคารหรือแอปที่ใช้โอนเงินทันที (เป็นคำแนะนำเดียวกับที่ FTC ให้ผู้เสียหายในสหรัฐฯ)
- โทรสายด่วนศูนย์ AOC 1441 ซึ่งเปิดตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อขอระงับหรืออายัดบัญชีคนร้าย ศูนย์นี้ทำงานร่วมกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ตำรวจ และธนาคารแห่งประเทศไทย
- แจ้งความออนไลน์ที่ thaipoliceonline.go.th ตำรวจไซเบอร์ระบุว่าไม่รับแจ้งความผ่าน Facebook, LINE หรือข้อความ DM
- ระวังการหลอกซ้ำ ตำรวจไซเบอร์ไทยเตือนว่ามีเพจปลอมที่อ้างว่ารับแจ้งความหรือช่วยตามเงินคืน แล้วเรียกค่าดำเนินการจากผู้เสียหายเดิม ประกาศของ FBI เมื่อกรกฎาคม 2026 ก็เตือนเรื่องเดียวกันในสหรัฐฯ
ในสหรัฐฯ (สำหรับคนในครอบครัวที่อยู่ที่นั่น) FTC ให้แจ้งธนาคารหรือบริษัทที่ใช้โอนเงินทันที รายงานที่ ReportFraud.ftc.gov และแจ้งแพลตฟอร์มที่พบคนร้าย ส่วน FBI รับแจ้งที่ ic3.gov เท่านั้น และระบุว่า IC3 ไม่มีบัญชีโซเชียลมีเดียและไม่เรียกเงินเพื่อตามเงินคืน
เรื่องแบบนี้เกิดในไทยได้ไหม
รูปแบบเดียวกันเกิดได้กับทุกคนที่ใช้ Instagram หรือ Facebook เพราะเริ่มจากการคอมเมนต์ใต้โพสต์ของคนดัง ซึ่งเป็นพฤติกรรมปกติของแฟนเพลงทุกประเทศ โพสต์ของ Meta ระบุว่าเครือข่ายที่ปลอมเป็นคนดังเล็งเหยื่อในสหรัฐฯ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ญี่ปุ่น "และประเทศอื่น ๆ" แต่ไม่ได้ระบุไทย ReadEval ยังไม่พบตัวเลขที่ยืนยันได้ว่าสแกมปลอมเป็นคนดังต่างประเทศแบบนี้เกิดกับคนไทยมากน้อยเพียงใด และยังยืนยันไม่ได้ว่าสารคดี Super Scam Me เปิดให้ชมในไทยหรือไม่
Meta ทำอะไรกับบัญชีปลอมเป็นคนดัง
ในโพสต์เดือนกุมภาพันธ์ 2025 Meta ระบุว่า
- ลบบัญชีที่ระบบตรวจพบว่าแอบอ้างเป็นคนอื่น และแสดงคำเตือนเมื่อพบสัญญาณน่าสงสัย
- ทดสอบการจดจำใบหน้า: เมื่อระบบหรือผู้ใช้รายงานบัญชีที่อาจแอบอ้าง Meta จะเทียบรูปโปรไฟล์กับรูปโปรไฟล์ Facebook และ Instagram ของบุคคลสาธารณะ ถ้าตรงกันจะลบบัญชี
- ร่วมมือกับนักวิจัยของ Graphika ซึ่งใช้ข้อมูลเปิดเผยสาธารณะ เพื่อค้นหาและรื้อเครือข่ายสแกมหลอกให้รัก รวมถึงกลุ่มที่ปลอมเป็นคนดัง
Meta ไม่ได้ระบุว่ามาตรการเหล่านี้ใช้ในไทยแล้วหรือยัง และแหล่งข่าวที่ ReadEval พบไม่มีความเห็นของ Meta หรือ Instagram ต่อคดีของ Pickett
แหล่งข่าวต่างกันตรงไหน
- รอนานแค่ไหนก่อนขอเงิน: van Zeller บอก Fox News ว่า "7 เดือน" ส่วน Pickett บอก ABC7 ว่าราว 6 เดือน ReadEval ใช้ "ราว 7 เดือน" ตามคำของผู้ทำสารคดีในชั้นเล่าเรื่อง และระบุช่วง 6–7 เดือนในภาพ
- การขอเงินครั้งแรก: Fox News และ IBTimes UK เขียนว่าเริ่มจากยอด 100–150 ดอลลาร์ที่ถูกอ้างว่าโอนไม่สำเร็จจนต้องเปลี่ยนช่องทาง ส่วน Business Insider เขียนว่าค่าพบศิลปินรวมราว 3,000 ดอลลาร์ ทยอยจ่ายครั้งละ 150–1,000 ดอลลาร์ สองแบบนี้ไม่ได้ขัดกัน แต่เล่าคนละมุม
- ความเห็นจากฝั่งศิลปิน: Fox News เขียนว่าติดต่อโฆษกของ Bon Jovi แล้ว แต่ไม่ได้รายงานคำตอบ และ IBTimes UK ก็ไม่มีคำตอบ ส่วน Business Insider ได้คำตอบจากตัวแทนของ Bon Jovi ว่าไม่ทราบเรื่องของ Pickett มาก่อน และขอให้ระวังเมื่อติดต่อกับบัญชีโซเชียลมีเดีย คำตอบนี้มีใน Business Insider เพียงแหล่งเดียว และ ReadEval ยังไม่พบแถลงการณ์ทางการจากทีมของ Bon Jovi
- ยอดเงิน: Fox News และ IBTimes UK เขียนว่า "กว่า 10,000 ดอลลาร์" ส่วน Business Insider เขียนว่า "ราว 10,000 ดอลลาร์" ตามที่ตำรวจช่วยคำนวณ
- วิดีโอคอล: Fox News เขียนเพียงว่ามีวิดีโอคอลสด ส่วน Business Insider ให้รายละเอียดว่าภาพแตกและตัดไปหลังราว 5 วินาที และ Pulse Nigeria เขียนว่าคนร้ายวางสายเมื่อ Pickett พยายามขยายภาพ ทั้งสองอย่างเป็นคำบอกเล่าของผู้เสียหาย
- วันออกอากาศ: ABC7 และ Pulse Nigeria ระบุว่าสารคดีออกอากาศ 17 ต.ค. 2026 เวลา 21.00 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ ส่วนหน้ารายการบนเว็บไซต์ National Geographic ระบุวันที่ 18 ต.ค. 2026 ReadEval ใช้วันที่ 17 ต.ค. ตามเวลาสหรัฐฯ
- ตัวเลขความเสียหายจากสแกมหลอกให้รักในสหรัฐฯ: National Geographic ระบุว่าชาวอเมริกันเสียเงินให้สแกมนี้ "กว่า 1,000 ล้านดอลลาร์" ในปี 2025 ส่วนหน้าเตือนภัยของ FTC (7 พ.ค. 2026) ระบุว่าความเสียหายที่มีผู้แจ้งเพิ่มขึ้น 22% แต่พิมพ์ยอดรวมเป็น "1.48 million" ขณะที่ IBTimes UK อ้างข้อมูล FTC ว่า 1,480 ล้านดอลลาร์ ReadEval เห็นว่าคำว่า million บนหน้า FTC น่าจะพิมพ์ผิด แต่ยังไม่พบตารางข้อมูลต้นทางมายืนยัน
บทวิเคราะห์จาก ReadEval
Val · โต๊ะความปลอดภัย
คลิปทำท่าตามสั่งไม่ใช่หลักฐานยืนยันตัวตนอีกต่อไป สิ่งที่ยังใช้ได้คือการดูว่าใครทักมาและทักมาทางไหน เรื่องของ Pickett ไม่ได้แพ้เพราะคลิปเพียงอย่างเดียว แต่เพราะคนร้ายสร้างเรื่องเล่าที่ทำให้เธอต้องเก็บเป็นความลับ ตัดคนรอบตัวที่อาจเตือนเธอออกไป แล้วค่อย ๆ ขอเงินหลังผ่านไปหลายเดือน ซึ่งเป็นสูตรเดิมของสแกมหลอกให้รัก ส่วนคลิปที่สื่อระบุว่าใช้ AI ช่วยปิดจุดอ่อนที่เหยื่อเคยใช้จับผิดได้ ข้อควรจำจึงง่ายกว่าการตามเทคโนโลยีปลอมให้ทัน คือคนดังตัวจริงไม่ทักมาขอเงิน และเรื่องที่ "ห้ามบอกใคร" คือเรื่องที่ควรเล่าให้คนใกล้ตัวฟังก่อนเสมอ ขณะเดียวกัน คำถามที่ van Zeller ตั้งไว้ก็ยังค้างอยู่ว่า แพลตฟอร์ม ธนาคาร และรัฐควรรับภาระมากกว่านี้หรือไม่ เมื่อคนร้ายอยู่นอกเขตอำนาจของตำรวจในประเทศเหยื่อ และบัญชีปลอมทักแฟนเพลงได้ภายในไม่กี่นาทีหลังคอมเมนต์
แหล่งที่มา
- Fox News: Jon Bon Jovi impersonator uses AI videos to scam woman out of $10K, nearly costing her home (24 ต.ค. 2026)
- Business Insider (ผ่าน Yahoo): I thought I was dating Jon Bon Jovi. Ten months later, I realized I'd been scammed out of $10,000. (ต.ค. 2026)
- IBTimes UK: Fake Jon Bon Jovi used AI videos to scam woman out of $10,000 in 10-month romance traced to Nigeria (26 ต.ค. 2026)
- Pulse Nigeria: Nigerian scammer uses AI to pose as celebrity rockstar, defrauds 55-year-old American woman of $10,000 (26 ต.ค. 2026)
- ABC7 New York: Mariana van Zeller goes undercover in Nat Geo documentary 'Super Scam Me' (16 ต.ค. 2026)
- National Geographic: Super Scam Me (หน้ารายการ)
- Crime Fighters: NPF-NCCC arrests nine over international fraud, Elon Musk impersonation (24 ต.ค. 2026)
- Meta: How to Avoid Romance Scams This Valentine's Day (ก.พ. 2025)
- Instagram Help Center: Report an account for impersonation
- Instagram Help Center: Verified badges on Instagram
- Instagram Help Center: What is "About this account" on Instagram and Threads
- FBI IC3: FBI Warns of Scammers Impersonating the IC3 (I-072026-PSA, 20 ก.ค. 2026)
- FTC: What to know about romance scams
- FTC Consumer Alert: New trends in reports of imposter scams (7 พ.ค. 2026)
- Thai PBS: เตือนภัย เพจรับแจ้งความออนไลน์ = โจร ของแท้ต้อง thaipoliceonline.go.th
- กรุงเทพธุรกิจ: แนะนำเบอร์สายด่วน 1441 แจ้งระงับอายัดบัญชีคนร้าย
- ระบบแจ้งความออนไลน์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (thaipoliceonline.go.th)