อ่าน แล้วประเมิน ก่อนเชื่อ
ค้นหา ที่คั่นไว้
ai

OpenAI จะซ่อนลายน้ำในคำที่ ChatGPT เลือกใช้ในยุโรป แต่แค่เปลี่ยนคำบางส่วนก็ตรวจยากขึ้น

OpenAI จะฝังลายน้ำล่องหน textGrain ในข้อความ ChatGPT และ Codex ของผู้ใช้ในสหภาพยุโรปตาม AI Act แต่ผลทดสอบของบริษัทเองชี้ว่าเปลี่ยนคำ 10% ก็ตรวจเจอลดลงชัด

การ์ด: OpenAI · textGrain · EU AI Act
สารบัญ (9 หัวข้อ)
  1. สรุปประเด็นสำคัญ
  2. ลายน้ำซ่อนอยู่ในคำได้อย่างไร
  3. ตรวจเจอได้แค่ไหน
  4. ลายน้ำบอกอะไรได้ และบอกอะไรไม่ได้
  5. ทำไมเฉพาะยุโรป
  6. คนไทยเกี่ยวด้วยไหม
  7. ถ้าคุณเป็นครู นักเรียน หรือคนทำงาน
  8. สื่อรายงานไม่ตรงกันตรงไหน
  9. บทวิเคราะห์จาก ReadEval

ลองนึกภาพว่าคุณให้ ChatGPT ช่วยร่างรายงาน แล้วก๊อปข้อความไปวางในไฟล์งาน ข้อความดูธรรมดาทุกอย่าง ไม่มีโลโก้ ไม่มีอักขระแปลก ๆ ซ่อนอยู่ แต่อีกไม่กี่สัปดาห์ ข้อความแบบนี้ที่สร้างในสหภาพยุโรปจะมี "ลายน้ำ" ติดไปด้วยทุกที่ที่ถูกวาง เพราะลายน้ำไม่ได้อยู่ที่ตัวอักษรตัวใด แต่ซ่อนอยู่ในการเลือกคำของทั้งย่อหน้า

OpenAI ประกาศว่าจะฝังลายน้ำล่องหนชื่อ textGrain ลงในข้อความจาก ChatGPT และผู้ช่วยเขียนโค้ด Codex ของผู้ใช้ในสหภาพยุโรปทุกแพ็กเกจ เพื่อทำตามกฎหมาย AI Act ที่บังคับให้ผู้ให้บริการ AI ทำเครื่องหมายบนงานที่ AI สร้าง ให้เครื่องตรวจได้ว่ามาจาก AI

วิธีทำงานคล้ายนักเขียนที่ตกลงรหัสกับเพื่อนไว้ ทุกครั้งที่มีหลายคำให้เลือกได้พอ ๆ กัน เช่น "เช้านี้อากาศ___" จะเติมว่าอุ่น เย็น หรือสดใสก็ได้ เขาจะเลือกตามสมุดรหัสลับ คนอ่านไม่สังเกตอะไร แต่เพื่อนที่ถือสมุดรหัสนับได้ว่าคำที่เลือกตรงกับสมุดบ่อยเกินกว่าจะบังเอิญหรือไม่ ต่างกันตรงที่ไม่มีคำไหนเป็นหลักฐานได้ด้วยตัวเอง ตัวตรวจต้องดูข้อความที่ยาวพอแล้วตอบเป็นความน่าจะเป็น ไม่ใช่คำตัดสิน และตอนนี้มีแค่ OpenAI กับนักวิจัยที่ได้รับอนุมัติเท่านั้นที่ใช้ตัวตรวจได้

ปัญหาคือลายน้ำแบบนี้ลบง่าย ผลทดสอบของ OpenAI เองพบว่า ถ้าเปลี่ยนคำเป็นคำพ้องความหมายเพียง 10% หรือราว 1 คำในทุก 10 คำ อัตราที่ตรวจเจอลดจากราว 92% เหลือ 66% แปลว่าข้อความที่มีลายน้ำหลุดรอดไปราว 1 ใน 3 ส่วนข้อความสั้น คำตอบคณิตศาสตร์ และข้อความที่แปลภาษาก็ตรวจยากขึ้นอีก OpenAI จึงเขียนเองว่า "การไม่พบลายน้ำไม่ได้พิสูจน์ว่ามนุษย์เขียน"

สำหรับคนไทย ChatGPT ที่คุณใช้อยู่ไม่ได้อยู่ในรอบนี้ เพราะ OpenAI ระบุเฉพาะผู้ใช้ในสหภาพยุโรป แต่เรื่องนี้บอกทิศทางที่ควรรู้ ถ้าคุณเป็นครูหรือหัวหน้างาน ลายน้ำไม่ใช่เครื่องจับโกง ผล "ไม่เจอ" ไม่ได้แปลว่าคนเขียนเอง และผล "เจอ" ก็ไม่ได้บอกว่าใครเป็นคนสั่ง ส่วนวิธีทำงานแบบละเอียด ตัวเลขทั้งชุด เหตุผลทางกฎหมาย และจุดที่สื่อรายงานไม่ตรงกันอยู่ด้านล่าง

ลงลึกสรุปประเด็น รายละเอียด วิธีเช็ก และบทวิเคราะห์

สรุปประเด็นสำคัญ

  • เฉพาะสหภาพยุโรป: OpenAI ประกาศเมื่อ 5 ต.ค. 2026 ว่า "ในอีกไม่กี่สัปดาห์" จะเพิ่มลายน้ำล่องหนในข้อความจาก ChatGPT และ Codex ที่ "เข้าเกณฑ์" ของผู้ใช้ในสหภาพยุโรปทุกแพ็กเกจ ส่วนนักพัฒนาที่ใช้ API ทั่วโลกเลือกเปิดเองได้ (ค่าเริ่มต้นปิด)
  • ซ่อนในการเลือกคำ: textGrain ไม่เติมอักขระล่องหนหรือช่องว่างพิเศษ แต่เอียงการเลือกคำของโมเดลให้เกิดรูปแบบทางสถิติที่ตัวตรวจซึ่งถือรหัสลับเท่านั้นทดสอบได้
  • แก้คำนิดเดียวก็อ่อนลง: ตามผลทดสอบของ OpenAI เปลี่ยนคำ 10% ทำให้ตรวจเจอลดจากราว 92% เหลือ 66% และเปลี่ยน 25% เหลือราว 17%
  • ตัวตรวจยังไม่เปิดให้ทุกคน: ช่วงแรกเปิดให้เฉพาะนักวิจัยและองค์กรผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับอนุมัติ คนทั่วไปและครูยังตรวจเองไม่ได้

ลายน้ำซ่อนอยู่ในคำได้อย่างไร

โมเดลภาษาเขียนข้อความทีละโทเค็น (token) ซึ่งเป็นหน่วยย่อยของข้อความ อาจเป็นคำหรือส่วนของคำ ในแต่ละตำแหน่ง โมเดลมีรายการคำที่เป็นไปได้พร้อมโอกาสของแต่ละคำ แล้วสุ่มเลือกตามโอกาสนั้น ลายน้ำแบบนี้แทรกตัวตรงจังหวะสุ่ม โดยใช้ตัวเลขสุ่มเทียมที่คำนวณจากรหัสลับ (secret key) ร่วมกับคำไม่กี่คำก่อนหน้า

รายงานทางเทคนิคของ textGrain ลงวันที่ 5 ต.ค. 2026 เขียนร่วมกันโดยนักวิจัยจาก University of Pennsylvania, Yale University และ OpenAI อธิบายขั้นตอนไว้ดังนี้ (สรุปโดย ReadEval)

  1. รหัสลับกับคำก่อนหน้าแบ่งคำที่เป็นไปได้ออกเป็นกลุ่ม ตัวอย่างในรายงานคือประโยค "The morning was ___" ที่คำอย่าง warm, calm, cold, sunny, mild, bright ถูกจับเป็นกลุ่มละ 2 คำ
  2. ระบบคำนวณว่าจะให้น้ำหนักกลุ่มไหนมากขึ้น โดยมี "งบ" จำกัดว่าห้ามลดความหลากหลายของการสุ่มเกินที่ตั้งไว้ เพื่อไม่ให้คำตอบแข็งหรือซ้ำกันทุกครั้ง
  3. โมเดลเลือกคำในกลุ่มนั้นตามโอกาสเดิมของคำ

ฝั่งตัวตรวจไม่ต้องใช้โมเดล รายงานระบุว่าต้องการแค่ข้อความและรหัสลับ ตัวตรวจคำนวณย้อนว่าแต่ละคำตรงกับกลุ่มที่ได้เปรียบบ่อยแค่ไหน แล้วรวมเป็นคะแนนเดียว ถ้าคะแนนสูงเกินกว่าที่ข้อความทั่วไปจะทำได้ จึงถือว่าพบลายน้ำ ตัวตรวจถูกตั้งให้ทักข้อความที่ไม่มีลายน้ำผิดไม่เกินราว 1% ตามที่ The Register และ The Next Web รายงาน

เพราะลายน้ำอยู่ในคำ ไม่ได้อยู่ในไฟล์ จึงติดไปกับการก๊อปและวาง BleepingComputer ระบุว่าไม่ใช่การเติมอักขระที่มองไม่เห็นหรือเครื่องหมายแปลก ๆ ส่วนผลต่อคุณภาพ OpenAI บอกว่าแทบไม่ต่าง Techzine ยกตัวอย่างคะแนน GPQA Diamond ของ GPT-6 Astra ที่ได้ 94.44% เมื่อเปิดลายน้ำ และ 93.94% เมื่อปิด OpenAI ยังอ้างว่า textGrain ทำได้เท่าหรือดีกว่าวิธีอื่นที่ทดสอบ รวมถึง SynthID สำหรับข้อความของ Google และวางแผนจะเปิดเป็นโอเพนซอร์สในอนาคตโดยยังไม่บอกกำหนด

ลายน้ำบนภาพ วิดีโอ และเสียงทำงานต่างออกไปและมีเครื่องมือให้คนทั่วไปตรวจได้แล้ว ReadEval อธิบายไว้ในข่าว Google เปิดเว็บ SynthID ให้ทุกคนเช็กภาพและคลิป AI

ตรวจเจอได้แค่ไหน

ตัวเลขทั้งหมดในส่วนนี้มาจากการทดสอบของ OpenAI เอง ตามที่สื่อหลายสำนักรายงานจากบล็อกของบริษัท ReadEval เปิดบล็อกของ OpenAI โดยตรงไม่ได้ (เว็บปฏิเสธการเข้าถึง) และรายงานทางเทคนิคไม่มีตัวเลขชุดนี้

กราฟแท่งอัตราที่ตัวตรวจของ OpenAI พบลายน้ำในข้อความยาว 400 โทเค็น: ไม่แก้ราว 92% เปลี่ยนคำ 10% ราว 66% เปลี่ยนคำ 25% ราว 17%
สถานการณ์ (ตั้งเป้าทักผิดไม่เกิน 1%)ตรวจเจอ
คำตอบเรื่องจิตวิทยา ยาว 200 โทเค็น ไม่แก้ราว 80%
คำตอบเรื่องจิตวิทยา ยาว 400 โทเค็น ไม่แก้ราว 95%
ชุดทดสอบการแก้คำ ยาว 400 โทเค็น ก่อนแก้ราว 92%
ยาว 400 โทเค็น เปลี่ยนคำพ้องความหมาย 10%ราว 66%
ยาว 400 โทเค็น เปลี่ยนคำพ้องความหมาย 25%ราว 17%
คำตอบคณิตศาสตร์ต่ำกว่ามาก (ไม่ได้ให้ตัวเลข)

ข้อความยิ่งยาว ลายน้ำยิ่งชัด เพราะตัวตรวจมีคำให้นับมากขึ้น คณิตศาสตร์และโค้ดตรวจยากเพราะคำตอบที่ถูกมีทางเลือกคำน้อย โมเดลจึงแทบไม่มีที่ให้ซ่อนลายน้ำ The Register ชี้อีกด้านว่าการแทนคำในงานเชิงเทคนิคมีโอกาสทำให้ผิดมากกว่า

ข้อความยาว 400 โทเค็นที่ไม่ได้แก้มีตัวเลขสองค่าเพราะมาจากการทดสอบสองชุด ราว 95% มาจากชุดคำตอบเรื่องจิตวิทยาที่วัดตามความยาว ส่วนราว 92% เป็นจุดเริ่มของชุดทดสอบการแก้คำ สื่อที่รายงานไม่ได้บอกว่าสองชุดใช้ข้อความต่างกันอย่างไร

ลายน้ำบอกอะไรได้ และบอกอะไรไม่ได้

บอกได้บอกไม่ได้
ข้อความนี้น่าจะมาจากโมเดลของ OpenAI ที่เปิดลายน้ำใครเป็นคนสั่ง ใช้บัญชีไหน พิมพ์ prompt อะไร หรือคุยในแชตไหน
คนเขียนหรือแก้เองไปมากน้อยแค่ไหน
ใครเป็นเจ้าของงาน และเนื้อหาถูกต้องหรือไม่
ข้อความจาก AI ค่ายอื่น หรือจาก ChatGPT ที่ไม่ได้เปิดลายน้ำ

ข้อนี้สำคัญกับคนที่ใช้ AI ช่วยเกลางาน Techzine รายงานว่าข้อความที่คนเขียนเองแล้วให้โมเดลพิสูจน์อักษรหรือเรียบเรียงใหม่ก็ยังมีลายน้ำได้ ซึ่งสอดคล้องกับหลักการทำงาน เพราะทุกคำที่โมเดลเขียนออกมาใหม่ผ่านการเลือกคำแบบเดียวกัน ผล "เจอลายน้ำ" จึงไม่ได้แยกว่า AI เขียนทั้งหมด หรือแค่ช่วยเกลา

ฝั่งกฎหมายเองก็มีข้อยกเว้นสำหรับระบบที่ "ทำหน้าที่ช่วยแก้ไขทั่วไป" หรือไม่ได้เปลี่ยนสิ่งที่ผู้ใช้ป้อนเข้าไปอย่างมีนัยสำคัญ แต่ไม่มีแหล่งใดที่ ReadEval พบระบุว่า OpenAI ใช้ข้อยกเว้นนี้อย่างไร และคำว่าข้อความที่ "เข้าเกณฑ์" ก็ยังไม่ถูกนิยามในรายงานของสื่อ

ทำไมเฉพาะยุโรป

ต้นเหตุคือมาตรา 50 วรรค 2 ของ AI Act (Regulation (EU) 2024/1689) ซึ่งหน้า AI Act Service Desk ของคณะกรรมาธิการยุโรปเผยแพร่ไว้ ใจความคือ ผู้ให้บริการระบบ AI รวมถึง AI อเนกประสงค์ ที่สร้างเสียง ภาพ วิดีโอ หรือข้อความสังเคราะห์ ต้องทำให้ผลลัพธ์ "ถูกทำเครื่องหมายในรูปแบบที่เครื่องอ่านได้ และตรวจได้ว่าสร้างหรือดัดแปลงด้วย AI" และวิธีที่ใช้ต้อง "มีประสิทธิผล ทำงานร่วมกันได้ ทนทาน และเชื่อถือได้เท่าที่ทำได้ในทางเทคนิค" (แปลโดย ReadEval) กฎหมายไม่ได้กำหนดว่าต้องใช้เทคโนโลยีใด

วันที่เกิดอะไรขึ้น
ส.ค. 2024Wall Street Journal รายงานว่า OpenAI มีระบบลายน้ำข้อความที่เอกสารภายในเรียกว่า "มีประสิทธิผล 99.9%" แต่ยังไม่ปล่อย ส่วนหนึ่งเพราะผลสำรวจที่ผู้ใช้เกือบ 30% บอกว่าจะใช้ ChatGPT น้อยลง
10 มิ.ย. 2026คณะกรรมาธิการยุโรปเผยแพร่ประมวลแนวปฏิบัติ (Code of Practice) เรื่องความโปร่งใสของเนื้อหาที่ AI สร้าง เป็นแนวทางแบบสมัครใจสำหรับทำตามมาตรา 50 ซึ่งให้ผู้ลงนามใช้หลายชั้นร่วมกัน เช่น ข้อมูลประกอบไฟล์ที่ลงลายมือชื่อดิจิทัลคู่กับลายน้ำที่มองไม่เห็น
24 ก.ค. 2026กฎหมายแก้ไข AI Act (Digital Omnibus on AI) ลงราชกิจจานุเบกษาของ EU และมีผล 27 ก.ค.
2 ส.ค. 2026หน้าที่ด้านความโปร่งใสตามมาตรา 50 เริ่มใช้บังคับ
5 ต.ค. 2026OpenAI ประกาศ textGrain และเปิดให้ลูกค้า API ทั่วโลกเลือกเปิด
2 ธ.ค. 2026เส้นตายทำเครื่องหมายสำหรับระบบที่วางตลาดใน EU ก่อน 2 ส.ค. 2026

TechCrunch รายงานว่า OpenAI เป็นหนึ่งในบริษัทที่ลงนามในประมวลแนวปฏิบัตินี้ ร่วมกับ Anthropic, Google, Meta และ Microsoft และสำนักงานกฎหมาย Morrison Foerster รายงานว่าคณะกรรมาธิการนับผู้ร่วมสนับสนุนได้ราว 190 องค์กรภายในปลายเดือนกรกฎาคม

เหตุที่ไม่เปิดทั่วโลก The Next Web รายงานว่า OpenAI ให้เหตุผลว่าการเริ่มเฉพาะภูมิภาคช่วยให้เรียนรู้จากการใช้งานจริงก่อน ReadEval ประเมินว่าช่วงเวลา "ไม่กี่สัปดาห์" ที่ OpenAI ประกาศสอดคล้องกับเส้นตาย 2 ธ.ค. สำหรับระบบที่อยู่ในตลาดอยู่แล้ว แต่ OpenAI ไม่ได้เชื่อมสองเรื่องนี้ให้เห็นตรง ๆ ในรายงานที่ ReadEval พบ

คนไทยเกี่ยวด้วยไหม

  • ChatGPT ในไทย: ไม่อยู่ในรอบนี้ตามที่ OpenAI ประกาศ เพราะระบุเฉพาะผู้ใช้ในสหภาพยุโรป และ OpenAI บอกว่ายังไม่ใช่ค่าเริ่มต้นทั่วโลก
  • แอปที่สร้างบน API ของ OpenAI: นักพัฒนาทุกประเทศเลือกเปิดลายน้ำให้โมเดลที่รองรับได้ ค่าเริ่มต้นปิด แปลว่าข้อความจากแอปหรือบริการของบริษัทไทยที่ใช้ OpenAI อาจมีหรือไม่มีลายน้ำก็ได้ ขึ้นกับผู้พัฒนา
  • ยังไม่ยืนยัน: OpenAI ใช้อะไรตัดสินว่าใครเป็น "ผู้ใช้ในสหภาพยุโรป" (ตำแหน่งขณะใช้ หรือประเทศของบัญชี) ผู้ใช้ใน EU ปิดลายน้ำเองได้หรือไม่ และลายน้ำได้ผลแค่ไหนกับภาษาไทย ไม่มีแหล่งใดที่ ReadEval พบตอบเรื่องเหล่านี้
  • AI ค่ายอื่น: Anthropic ประกาศเมื่อเดือนสิงหาคมว่าจะฝังลายน้ำในข้อความของ Claude ทั่วโลก โดยอิงจาก SynthID-Text ของ Google DeepMind เพราะ "ยังไม่มีวิธีที่มั่นคงในการจำกัดตามภูมิภาค" ตามที่ BleepingComputer รายงาน โมเดลใหม่จะมีลายน้ำ ส่วนโมเดลที่เปิดตัวก่อน 2 ส.ค. 2026 Anthropic บอกว่าจะทยอยเพิ่มในอีกหลายเดือน ส่วนเครื่องมือตรวจแบบ API ที่ Anthropic สัญญาไว้ ณ วันที่ BleepingComputer รายงาน (14 ส.ค. 2026) ยังไม่ได้บอกว่าจะเปิดเมื่อไร
  • ตรวจเองได้ไหม: ยังไม่ได้ ตัวตรวจของ OpenAI เปิดรับใบสมัครจากนักวิจัยและองค์กรผู้เชี่ยวชาญ และพิจารณาเป็นรายกรณีภายใต้ประมวลแนวปฏิบัติของ EU ตามที่ The Next Web รายงาน OpenAI บอกว่าจะขยายสิทธิ์เมื่อแน่ใจว่าผลตรวจจะถูกตีความอย่างรับผิดชอบ

ถ้าคุณเป็นครู นักเรียน หรือคนทำงาน

  • ครูและอาจารย์: อย่าใช้ผล "ไม่พบลายน้ำ" เป็นหลักฐานว่าเด็กเขียนเอง และอย่าใช้ผล "พบ" เป็นหลักฐานเดียวว่าโกง เพราะลายน้ำบอกไม่ได้ว่า AI ช่วยมากแค่ไหน ตัวตรวจของ OpenAI ก็ยังไม่เปิดให้โรงเรียนใช้ ReadEval ประเมินว่าเว็บหรือแอปที่อ้างว่าตรวจลายน้ำ ChatGPT ได้ในตอนนี้ไม่น่าจะใช้ตัวตรวจของ OpenAI เพราะยังไม่เปิดให้คนทั่วไป
  • นักเรียนและคนทำงาน: ถ้าองค์กรหรือสถานศึกษาของคุณมีกติกาเรื่องการใช้ AI ให้ยึดกติกานั้นและบอกตรง ๆ ว่าใช้ AI ช่วยส่วนไหน การหวังพึ่ง "แก้คำนิดหน่อยให้ลายน้ำหาย" ไม่ใช่ทางออก เพราะกติกาไม่ได้ขึ้นกับว่าตรวจเจอหรือไม่
  • คนที่ทำงานกับลูกค้าหรือหน่วยงานในยุโรป: ข้อความที่ร่างด้วย ChatGPT ใน EU จะทยอยมีลายน้ำ ถ้าเนื้อหานั้นเผยแพร่เพื่อแจ้งข้อมูลต่อสาธารณะ มาตรา 50 วรรค 4 ยังกำหนดหน้าที่เปิดเผยของผู้นำไปใช้แยกต่างหาก เว้นแต่ผ่านการตรวจหรือควบคุมเนื้อหาโดยคนที่รับผิดชอบการเผยแพร่

สื่อรายงานไม่ตรงกันตรงไหน

ประเด็นสิ่งที่พบReadEval ถือตาม
หน่วยความยาวข้อความThe Register เขียนว่าข้อความยาว 200 และ 400 "คำ" ขณะที่ BleepingComputer, The Next Web และ Techzine เขียนว่า "โทเค็น"โทเค็น ตามที่สื่อส่วนใหญ่ซึ่งอ้างบล็อกของ OpenAI ระบุ
ตัวเลข 17%The Register และ BleepingComputer เขียนว่าเป็นอัตราที่ตรวจพบเมื่อเปลี่ยนคำ 25% แต่ Techzine เขียนว่าเป็นสัญญาณที่เหลืออยู่อัตราที่ตรวจพบ ตามสองสำนักแรก และหมายเหตุไว้ใต้กราฟ
เปิดเป็นค่าเริ่มต้นใน EU ไหมหัวข่าวบางแห่งเขียนว่า "เปิดเป็นค่าเริ่มต้น" แต่ถ้อยคำของ OpenAI ที่ BleepingComputer ยกมาคือ "จะเพิ่มลายน้ำในข้อความที่เข้าเกณฑ์"ยังไม่ยืนยันว่าผู้ใช้ปิดเองได้หรือไม่
ดีพอหรือไม่OpenAI บอกว่าทำได้เท่าหรือดีกว่าวิธีอื่นที่ทดสอบ แต่ The Register เรียกตัวตรวจว่า "พอใช้ได้อย่างหวุดหวิด" และ Techzine เรียกมาตรการนี้ว่าเป็นแค่ฉากหน้าทั้งสองฝ่ายพูดถึงคนละเรื่อง ฝ่ายแรกเทียบกับวิธีอื่น ฝ่ายหลังเทียบกับการใช้งานจริง

ตามเกณฑ์ความน่าเชื่อถือของ ReadEval ตัวเลขอัตราตรวจเจอชุดนี้อยู่ในระดับ "คำกล่าวอ้างของผู้พัฒนา" เพราะ OpenAI วัดเอง ตัวตรวจและรหัสลับยังไม่เปิดให้คนอื่นทดสอบซ้ำ และไม่มีผู้ทดสอบอิสระ ข้อที่ผ่านคือ OpenAI บอกข้อจำกัดไว้ชัด และตัวเลขที่ออกมาก็เปิดเผยจุดอ่อนของตัวเอง ไม่ได้มีแต่ด้านดี

บทวิเคราะห์จาก ReadEval

Rea · โต๊ะข่าว AI

ลายน้ำข้อความของ OpenAI คือป้ายบอกที่มาแบบลบได้ ไม่ใช่เครื่องจับโกง และควรถูกใช้แบบนั้น

ลายน้ำที่ซ่อนในการเลือกคำเป็นความคิดที่ฉลาด เพราะติดไปกับข้อความทุกที่โดยไม่ทำให้อ่านยากขึ้น แต่ธรรมชาติเดียวกันก็ทำให้ลบง่าย ใครก็แก้คำได้ และ OpenAI ยอมรับเองว่าแก้แค่ 1 ใน 4 ของคำ ตัวตรวจก็แทบหาไม่เจอแล้ว ลายน้ำแบบนี้จึงช่วยได้มากที่สุดกับข้อความที่ถูกก๊อปไปใช้ทั้งก้อนโดยไม่มีใครแตะ เช่น บทความหรือโพสต์จำนวนมากที่ผลิตด้วย AI แล้วปล่อยออกไปตรง ๆ และช่วยได้น้อยกับคนที่ตั้งใจหลบ

จุดที่ ReadEval ห่วงคือการนำไปใช้ผิดทาง ถ้าวันหนึ่งตัวตรวจเปิดกว้างขึ้น ผล "เจอ" อาจถูกใช้ลงโทษคนที่แค่ให้ AI ช่วยเกลางาน ขณะที่ผล "ไม่เจอ" อาจถูกใช้รับรองงานที่ AI เขียนแล้วแก้คำนิดหน่อย OpenAI เองก็อ้างข้อจำกัดของลายน้ำเป็นเหตุผลที่จำกัดสิทธิ์ตัวตรวจไว้ก่อน โดยระบุว่า "ข้อจำกัดเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เราตัดสินใจเปิดตัวตรวจให้เฉพาะนักวิจัยที่ได้รับอนุมัติก่อน"

สำหรับผู้ใช้ในไทย วันนี้ยังไม่มีอะไรต้องทำ แต่ควรเข้าใจไว้ก่อนว่า เมื่อเครื่องมือแบบนี้มาถึง คำตอบของมันคือ "น่าจะ" ไม่ใช่ "แน่นอน" และการตัดสินเรื่องการใช้ AI ในงานเรียนหรืองานอาชีพ ยังต้องอาศัยกติกาที่ชัดและการพูดคุยกันตรง ๆ มากกว่าตัวตรวจใด ๆ

แหล่งที่มา

  1. TechCrunch: OpenAI will start watermarking ChatGPT's text in the EU (5 ต.ค. 2026)
  2. The Register: OpenAI rolls out weak-sauce watermarking for AI text (6 ต.ค. 2026)
  3. BleepingComputer: OpenAI is adding invisible watermarks to ChatGPT and Codex text in the EU (5 ต.ค. 2026)
  4. The Next Web: OpenAI starts watermarking ChatGPT and Codex text in the EU
  5. Techzine: OpenAI introduces AI watermark for texts in the EU (6 ต.ค. 2026)
  6. รายงานทางเทคนิค textGrain: Entropy-Calibrated Watermarking for Language Model Text (University of Pennsylvania, Yale University, OpenAI, 5 ต.ค. 2026)
  7. บล็อกของ OpenAI เรื่องลายน้ำข้อความใน EU (เว็บปฏิเสธการเข้าถึงของ ReadEval จึงอ้างผ่านสื่อ)
  8. European Commission AI Act Service Desk: Article 50 Transparency obligations
  9. EU Artificial Intelligence Act: Article 50 (ข้อยกเว้นและวรรค 4)
  10. Cuatrecasas: Code of Practice on Transparency of AI-Generated Content
  11. Garrigues: AI Digital Omnibus Regulation has been published, redefining deadlines
  12. Morrison Foerster: Full Transparency: Organizations Sign EU Code of Practice on AI Transparency (11 ก.ย. 2026)
  13. BleepingComputer: How Anthropic plans to watermark Claude's AI-generated text (14 ส.ค. 2026)
  14. Search Engine Journal: OpenAI scraps ChatGPT watermarking plans (5 ส.ค. 2024 อ้างรายงานของ Wall Street Journal)
  15. Wikimedia Commons: OpenAI logo 2025 (symbol)